calendar

เรื่องราวของชีวิต
กินเปลือก...
ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
ครบรอบ 4 ปี
เห่อ...
@รายาบุรี รีสอร์ท เขื่อนศรีนครินทร์
กลับมา แบบหงอยๆหน่อย
ความจริง ความเชื่อ
ปลาใหญ่ กิน ปลาเล็ก...
เวิ่นเว้อ หาสาระไม่มี
Something about Japan and Thailand
เรื่องของคนดี
ครอบรอบ 3 ปี
วันแปลกๆ
สวัสดีปีใหม่
นิยายก้นครัว ตอนที่1 อะไรคือการเรียนรู้
นวตกรรมการบริหารแบบ VALVE
เสียเจ้า
งานใหม่
สุขาอยู่หนใด?
คนสำคัญ...
กิจการส่วนตัวคือโอกาส?
งานแต่งงานกับพิธีลอดซุ้มกระบี่
ต่อสู้
ตั้งต้นใหม่กับการเขียน
น้องแมวหายอีกแล้ว
บุญ Fast Food
ปรมาณนี้รึเปล่า
ไม่เคยจำบทเรียนนะคนไทย
เรื่องของ Opportunity
ให้รักยืนยง
ครบรอบปีที่ 2 ของความรัก
สวัสดีปีใหม่ 2012
AWAY BOYZ - (We Love You) Arsene Wenger
น้องแมวท้องเสีย
อะไรที่ไม่เหมือนเดิม
ขอให้ดีๆเนาะ
Drama...



งานใหม่

หายไปเป็นเดือนเหมือนเคย แห่ะๆ

อย่าเอ็ดไปครับ กำลังทำงาน

แต่ว่า เป็นงานทำฟรี

จริงๆ ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะถึงทำฟรีแต่เราก็ได้ประโยชน์

เพียงแต่ก็มีเรื่องอยากมาแชร์ อยากมาให้อ่านกัน

 

เรื่องของเรื่องที่เริ่มต้นจับงานนี้ มาจากเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง

เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยม เรื่องมันเปรยกันไว้ตั้งแต่ปีก่อน

ตอนที่เพื่อนคนนี้แต่งงาน แล้วเอาการ์ดมาให้ที่บ้าน

ว่าบ้านเขาตอนนี้ มีการทำกิจการเพิ่มจากเดิม โดยเปิดเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์

เปิดมาได้หลายปีเหมือนกัน แต่ว่ามีปัญหา เพราะว่าบริษัทน่าจะถูกโกง

คนโกงก็เป็นหนึ่งในกรรมการ ซึ่งเป็นเพื่อนกับพี่ชาย

และผลจากการตรวจสอบ ก็ทำให้คนนี้ขนคน โดยเฉพาะสายเซล ออกไปหมด

เพราะเขาดูแลด้านตลาดทั้งหมด ทำให้บริษัทเองก็ขาดคนทำงานส่วนนี้

ไม่มีทั้ง ผจก เซล และคนทำหน้าที่ด้านการตลาดเลย

เพื่อนก็เปรยๆว่า สนใจไปทำไหม

ตัวผมเองก็หางานไม่ได้อยู่ ทำงานที่เดิมที่เป็นฟรีแลนซ์ ก็บอกว่าสนใจ

จะให้ไปคุยเมื่อไหร่ก็ว่ามา

 

เรื่องราวเงียบๆ จนถึงช่วงเดือนที่แล้วคือเดือนกรกฎาคม

ผมก็ติดต่อไปหาเพื่อนคนนี้ คุยกันเรื่องสัพเพเหระ แต่ว่ากลับได้ยินเรื่องใหญ่

พี่ชายที่เป็นเจ้าของบริษัทที่ว่า ก่อหนี้สินเอาไว้หนักหนา

ประมาณ 20 ล้านบาท

โดยหนี้สินที่ว่า เป็นหนี้จำนำของส่วนหนึ่ง หนี้ธนาคาร หนี้ประกันสังคม และหนี้อื่นๆ

ปัญหาใหญ่ๆ ก็คือพี่ชายคนนี้มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านที่อยู่กันสองหลัง

พร้อมกับของที่นำไปจำนำ บางส่วนเป็นสินค้าของลูกค้า

เพื่อนก็เลยเจอปัญหาหนัก

บริษัทเองก็ไปไม่รอด ต้องหาเงินไปโปะทุกเดือน เนื่องจากไม่มีคนช่วยงานขาย

ตอนนี้คือขายของเลี้ยงคนงาน

 

ตัวเองก็เลยตัดสินใจอาสาเข้าไปช่วยทำงานที่บริษัท โดยไมรับเงินเดือน

แถมยังตอ้งจ่ายเงินประกันสังคมตัวเอง บวกส่วนของบริษัทด้วยอีกต่างหาก

ที่อยากทำส่วนนึงคือเราไม่มีงานประจำ การได้ทำงานก็เหมือนได้ใช้ความรู้

ไม่ทิ้งเข้าหม้อไปก่อน

ที่ได้ประโยชน์คือเราจะได้ทดลองการทำงานจริงในแง่ของการวางแผนการตลาดทั้งหมด

รวมถึงมีประวัติการทำงานในสายการตลาดที่ชัดเจนกว่าเดิม

 

เริ่มจากการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ

ดูราคาต้นทุนสินค้า ราคาต้นทุนค่าดำนินการ

จัดทำสต๊อกสินค้าใหม่ให้เป็นระเบียบ เนื่องจากเดิมไม่มีการจัดหมวดหมู่สินค้า

หรือทำรหัสสินค้าไว้เลย

เมื่อได้ตรงนี้แล้ว เราก็จะมาดูรายละเอียดของสินค้า

ราคาทุน ราคาที่ควรจะขาย ตลาดเขาขายยังไง

แล้วหาทางขายสินค้าที่เหลือให้หมด พร้อมกับผลิตสินค้าใหม่จากวัตถุดิบที่เหลือ

โดยเพื่อนหวังแค่ว่าขายพวกนี้ให้หมดก่อน

อย่างอื่นว่ากันทีหลัง

 

เพื่อนอยากให้ทำแคตตาล๊อคสินค้า และเว็บไซท์

ซึ่งเมื่อเราจัดหมวดหมู่เรียบร้อย เราก็จะสามารถจัดทำแคตตาล๊อคสินค้าได้

สองวันที่ผ่านมาหลังจากเข้าไปคุยเรื่องงาน

เราก็กลับมาทำเว็บไซท์ และแคตตาล๊อคตัวอย่างแล้ว

จากนี้ไปถ้าได้ข้อมูลทั้งหมดมา ก็จะเริ่มจัดทำของจริง

แล้วระหว่างนั้นก็จะต้องรวบรวมข้อมูลงานอีเวนท์ต่างๆ

ก่อนจะจัดทำแผนการดำเนินงานในส่วนการตลาด

การออกบูธเพื่อทำความรู้จักกับลูกค้า

การวางแผนการโฆษณาผ่านเว็บไซท์ประชาสัมพันธ์

และอื่นๆ เท่าที่พอจะเป็นไปได้

ด้วยงบประมาณ 0 บาท!

 

ส่วนที่อยากนำมาแชร์ ก็คงจะเป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจ

บริษัทจัดตั้งขึ้นมา 5 คน

คนทำงานสองคน คนนึงทำงานด้านผลิต

อีกคนทำงานการตลาด

จริงๆ น่าจะดี แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ง่าย

พี่ชายเพื่อนมีทุนจากบ้านที่จัดว่าฐานะดี

มีเงิน ทำอะไรก็น่าจะดูดี เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอะไรทีเสมอไป

เพราะถ้ามีเงินแล้วใช้ไม่เป็น ลงทุนแล้วทำงานไม่เป็น

ก็เป็นแบบนี้ได้

ทำงานหวังกับลูกค้าแค่เจ้าสองเจ้า

ให้คนทำงานแบ่งหน้าที่ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องถูก

แต่ไม่ถูกทั้งหมด เพราะในการทำงานจริงๆ

ถ้างานแต่ละส่วน มีคนที่รู้และเข้าใจในงานของตัวเองแค่คนเดียว

ถ้าเกิดคนใดคนหนึ่งป่วย คนอื่นที่ไม่รู้ จะมาทำงานก็ทำไม่ได้

แทนที่กลไกมันจะดำเนินต่อไปได้ มันก็ล้ม

หัวหน้าผมคือพี่วุฒิ สอนเอาไว้ตลอด โดยเฉพาะส่วนที่แกเองทำให้เห็น

คือแกอาจจะไม่ได้เก่งไปหมดทุกเรื่อง

แต่แกทำได้ทุกเรื่อง

แกไม่ได้จัดอาร์ทเวิร์คเก่งเท่าหัวหน้าอาร์ท

แต่แกเข้าใจการทำอาร์ทเวิร์ค แกสามารถเข้าไปทำงานแทนได้

สั่งงานแทนอาร์ทไดเรคเตอร์ได้ เมื่อเขาไม่มา

เช่นเดียวกัน แกอาจจะไม่เก่งขนาดจะยิงฟิลม์ ทำเพลท

แต่แกรู้และเข้าใจระบบทั้งหมด มีปัญหาแกลงไปแก้ไขได้

 

การเป็นหัวหน้าคน การเป็นคนทำงานในระดับผุ้จัดการ

ต้องมีความรุ้และความเข้าใจในงานทุกส่วนเป็นอย่างดี

เพื่อที่จะได้ "แบ็คอัพ" ให้กับทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อทีมงานคนนึงมาคุย ก็จะสามารถให้คำปรึกษาได้

ตำหนิ หรือแนะนำได้ ไม่ใช่ เออ ดีแล้ว ทำไป

โดยไม่รู้อะไรเลย

เช่นเดียวกัน การเป็นหัวหน้าคน ไม่ใช่เป็นเพื่อ "ชี้นิ้วสั่ง"

แต่หัวหน้ามีหน้าที่คอยสนับสนุนการทำงาน

เมื่อลูกน้องเสนอความคิด ไอเดีย หรือโปรเจค

นอกจากแนะนำ ให้แนวทาง ยังต้องคอยผลักดันโปรเจค

ด้วยการช่วยในการติดต่อประสานงาน

อาจจะเป็นการติดต่อประสานงานแผนกอื่นในบริษัท

หรือติดต่อประสานงานภายนอกบริษัท

ช่วยในการแบ็คอัพในเรื่องต้นทุน เป็นทั้งตัวชน และกันชนให้ทีมงาน

ไม่ใช่ให้ไปทำเสร็จแล้วก็ปล่อยให้ทำกันไปแบบเลยตามเลย

 

การทดสอบลูกน้อง ไม่ใช่การปล่อยแล้วไม่รับผิดชอบอะไร

ยิ่งถ้าคุณทำการทดสอบ คุณยิ่งต้องรับหน้า เมื่อมีผลไม่ดีเกิดขึ้น

สิ่งเหล้านี่คือสิ่งที่คนจะทำงานในฐานะ เจ้านาย หรือเจ้าของต้องเรียนรู้

ถ้าปล่อยให้คนอื่นทำงาน วันใดวันนึงเขาหักหลังคุณ

หรือเขาหนีคุณไป แล้วหาคนหาใครมาแทนไม่ได้

บริษัทที่เหมือนจะดี ก็ล่มจมได้แบบนี้แหละครับ

 

 

555 สำหรับงานที่ไปรับมาตอนนี้

ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปครับ

อะไรเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ อย่าพึ่งเอามาใส่หัว

ลองทำลองลุยกันสักตั้ง

อนาคตไม่รู้ ตอนนี้ต้องสู้ไปก่อน

หวังว่าจะช่วยกันได้ อย่างน้อยให้ขายของไปให้ได้หมด

เราเองก็จะได้ใช้ความรู้จริงๆที่เรียนมาทำงานให้เต็มที่

แล้วดูว่าคนอย่างเรา ทำจริงแล้วได้แค่ไหน

ถ้ามันจะคว้าน้ำเหลว ก็ให้มันรู้ว่าเรามันก็แค่นี้แหละ

 

     Share

<< สุขาอยู่หนใด?เสียเจ้า >>

Posted on Wed 22 Aug 2012 21:21
 

Comments

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh