calendar

ปลาใหญ่ กิน ปลาเล็ก...
เวิ่นเว้อ หาสาระไม่มี
Something about Japan and Thailand
เรื่องของคนดี
ครอบรอบ 3 ปี
วันแปลกๆ
สวัสดีปีใหม่
นิยายก้นครัว ตอนที่1 อะไรคือการเรียนรู้
นวตกรรมการบริหารแบบ VALVE
เสียเจ้า
งานใหม่
สุขาอยู่หนใด?
คนสำคัญ...
กิจการส่วนตัวคือโอกาส?
งานแต่งงานกับพิธีลอดซุ้มกระบี่
ต่อสู้
ตั้งต้นใหม่กับการเขียน
น้องแมวหายอีกแล้ว
บุญ Fast Food
ปรมาณนี้รึเปล่า
ไม่เคยจำบทเรียนนะคนไทย
เรื่องของ Opportunity
ให้รักยืนยง
ครบรอบปีที่ 2 ของความรัก
สวัสดีปีใหม่ 2012
AWAY BOYZ - (We Love You) Arsene Wenger
น้องแมวท้องเสีย
อะไรที่ไม่เหมือนเดิม
ขอให้ดีๆเนาะ
Drama...
ว่าความรักของเรายังคงเหมือนเดิม ใช่รึเปล่า..
ตู้ปลา แปลงผัก แปรงสีฟัน
ลมหนาวกับเฒ่าทารก
ครบรอบ 1 ปี
งานช้างที่บ้าน
เมอรี่คริสต์มาส ในตอนซ่อมแซมบ้าน
เว้นว่างในบางวัน
ขายของด้วยความเหมือน
"แตกต่าง" ไม่ใช่ "ตบแต่ง"



ปรมาณนี้รึเปล่า

เมื่อวานว่าจะเขียนไดอารี่

แล้วมันยุ่งกับงานมากครับ กว่างานจะเสร็จปาไปหกโมงเช้าได้

เลยไม่ได้เขียนเลย

 

จริงๆมีเรื่องเขียน แต่ก็มาเจอเรื่องใหม่

555

ประมาณว่าเขียนเรื่องใหม่ดีกว่านั้นแหละ กำลังอิน

 

พอดีวันนี้ไปเติมน้ำมัน ก็ได้ยินเรื่อง “หวยออก” นั่นแหละครับ

ก็ประมาณว่า หวยออก “18”

ซึ่งผมเองไม่รู้หรอกว่ามันออกมาบ่อยไม่บ่อยอะไรยังไง

แต่ที่แน่ๆ ชาวบ้านที่ปั้มน้ำมันบ่นกันอุบ

อะไรวะ ออกอีกละ 18

มันออกแล้วไม่ใช่หรือ

แม่ง ออกบ่อยจัง

 

กลับมาถึงบ้านคุณแม่ก็พูดเปรยๆ ว่าไม่รู้หวยออกอะไร

ก็เลยบอกแกไปว่า 18

แกก็พูดสิ่งที่ผมได้ยินมาแล้วว่า ออก 18 อีกละ

ทำไมออกซ้ำออกซาก

 

จริงๆ ไม่รู้ว่าชาวบ้านกับคุณแม่เข้าใจผิด

หรือรู้แหละว่ามันออกซ้ำได้ เป็นเรื่องปกติ

เพราะโดยหลักการคิดทางสถิติและความน่าจะเป็น

การสุ่มแต่ละครั้ง ที่เกิดขึ้นถ้าไม่ได้มีการหยิบออก

ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ฉะนั้นความน่าจะเป็นที่จะออกเลขใดๆ ก็ตาม

ไม่ได้ลดลง แม้ว่าเลขนั้นจะออกไปแล้ว

ดังนั้น คราวที่แล้วออก 18 คราวนี้โอกาสออก 18 มันก็ย่อมเท่าเดิมครับ

ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

ความเข้าใจผิดเรื่องนี้ยังขำๆ ครับ แต่ถ้ามองไปถึงความเข้าใจผิดในด้านสถิติทางการตลาด

บางทีไม่น่าขำนะครับ

อย่างเช่นมีการสำรวจจำนวนประชากรที่ซื้อขนมทุเรียนทอดยี่ห้อทุเรียนไทย

ผลออกมาว่า คนที่เดินผ่าน 100คน จะมีคนซื้อสินค้าทุเรียนทอด 10 คน

แบบนี้ถ้าแปลออกมาว่า ใน 100 คนที่ผ่านไปมาจะมี 10 คนที่ซื้อทุเรียนทอด

อาจจะไม่ถึงกับถูก 100% แต่ก็พออนุโลมได้ประมาณนั้น

แต่อีกกรณีที่คนเข้าใจผิดคือถ้ามีการสำรวจออกมาว่า ถ้ามีการตั้งตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ

จะมาใช้บริการกันไหม

สมมุติว่ามีคนตอบออกมาว่า 20% ใช้บริการ

แปลว่า 100 คน จะมีคนมาใช้บริการตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ 20 คน ก็พอจะเป็นไปได้

จากนั้นก็อาจจะถามต่อว่า ในหนึ่งสัปดาห์ซักกี่ครั้งอะไรแบบนี้ คำตอบก็ประมาณ 1 ครั้ง

และใช้เงินประมาณ 20 บาทมากที่สุด

ถ้ามองแบบนี้แล้วคิดแบบง่ายๆ เราก็จะได้ความว่าสมมุติเราเปิดบริการให้บริการลูกค้า 100 คน

จะมีรายได้จากการให้บริการ 20 คน x 20 บาทต่อครั้ง และต่อหนึ่งสัปดาห์ ก็คือ 400 บาทต่อสัปดาห์

และผลออกมาเป็น 1600 บาทต่อ 1 เดือน

แต่มันมีการแปลในแบบที่แปลกกว่านั้นครับ

มีการแปลว่า ลูกค้า 100 คนต่อตู้หยอดเหรียญ 1 ตู้ จะสามารถทำรายได้ 1 เดือน 1600 บาท

อันนี้ไม่ใช่นะครับ ผิดมากๆ

เพราะว่าที่คิดนั่นคือจำนวนคนผ่านไปผ่านมาทั้งหมด 100 คน (สมมุติ)

แน่นอนว่าถ้า 200 คนก็จะมีลูกค้าประมาณ 40 คน (โดยประมาณ)

แต่ไม่ใช่ต่อ 1 ตู้ แน่นอน

ฉะนั้นถ้าแถวนั้นมีคนผ่านไปผ่านมา 200 คน

เราตั้ง 4 ตู้ ก็จะมีลูกค้าใช้บริการ 40/4 = 10 คนต่อตู้

การโฆษณาผิดๆ ในเรื่องนี้ต้องระวังนะครับ

เพราะมักจะโฆษณากันว่า 1 ตู้ สามารถทำเงินได้ เท่านั้นเท่านี้ต่อเดือน

คำถามสำหรับผมก็คือ “คิดจากอะไร ที่ไหน ยังไง”

พอเวลาคุณคิดกำไร คุณก็เอา จำนวนตู้ คูน รายได้ต่อเดือน สมมุติเดือนนึงทำได้ 2000 บาทต่อ 1 ตู้

คุณอยากได้เงินเยอะๆ ก็ลงไปสิบตู้ หรือพอจะคิดได้หน่อยก็ลงไป หกตู้

หาร 2000 เป็น 20 บาทต่อครั้ง เราก็จะต้องได้ลูกค้า 100 ครั้งต่อตู้ หาร 4 ก็ต้องมี 25 คนต่อตู้

อันนี้คือรายได้นะครับ ไม่ใช่กำไร เพราะ 20 บาทค่าหยอด มีค่าใช้จ่ายแต่คิดแบบคร่าวๆให้เห็น

ว่า 25 คนต่อตู้ต่อสัปดาห์ถึงจะมีรายได้ 2000 บาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย

ถ้าลง 10 ตู้ คุณต้องมีลูกค้า 250 คนที่มาหยอดประจำ ทุกสัปดาห์นะครับ

ถ้าหอพักคุณมีห้อง 200 ห้อง

หวังจากลูกค้าข้างนอกอีกสัก 50 คน ก็คือคุณต้องมีลูกค้า 100% จากทั้งหอ

คำถามสำหรับผมคือมันเป็นไปได้สักกี่เปอร์เซ็นที่ลูกค้าทั้งหมดจะใช้บริการตู้หยอดเหรียญคุณ?

 

เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เนต

เรามักจะเห็นว่า โฆษณาจะลงว่า ตู้นึงสามารถทำเงินได้เท่านั้นเท่านี้

ต้องพิจารณาให้ดีๆ ให้รอบคอบนะครับ

ถ้าคิดให้ละเอียดๆ บางทีร้านเปิดตู้น้อยอาจจะทำกำไรมากกว่าตู้เยอะ

หรือบางทีเปิด 16-18 ชั่วโมงอาจจะมีกำไรมากกว่า 24 ชั่วโมงก็เป็นได้

 

อีกกรณีนึงที่คล้ายคลึงกัน

คือกรณีที่มีการถามแบบเดิมคือเลือกซื้อหรือใช้สินค้ากี่คน สมมุติว่า 100 คน เลือก 40 คน

มีหลายคนแปลว่า 1 คนเดินเข้ามา มีโอกาสเลือกซื้อ 40%

อันนี้ไม่ใช่นะครับ อย่าแปลผิดแบบนั้น มันไม่ได้มีความหมายแบบนั้นแน่นอน

การเลือกซื้อหรือไม่ของคนหนึ่งคนเป็นเท่าไหร่ อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้ามีคน 100 คน

มีโอกาสจะซื้อสินค้าของเราได้ ประมาณ 40 นี่พอใช้ได้ครับ

อย่าตีความผิด วิธีคิดทางสถิตินั้น ไม่ยาก แต่ต้องคีความให้เป็นครับ

มิฉะนั้นอาจจะทำให้คุณหลงเชื่อคำโฆษณาที่ยกการคำนวนทางสถิติมาหลอกคุณให้หลงผิดได้ครับ

 

     Share

<< ไม่เคยจำบทเรียนนะคนไทยบุญ Fast Food >>

Posted on Thu 1 Mar 2012 17:08
 

Comments

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh