calendar

ตั้งต้นใหม่กับการเขียน
น้องแมวหายอีกแล้ว
บุญ Fast Food
ปรมาณนี้รึเปล่า
ไม่เคยจำบทเรียนนะคนไทย
เรื่องของ Opportunity
ให้รักยืนยง
ครบรอบปีที่ 2 ของความรัก
สวัสดีปีใหม่ 2012
AWAY BOYZ - (We Love You) Arsene Wenger
น้องแมวท้องเสีย
อะไรที่ไม่เหมือนเดิม
ขอให้ดีๆเนาะ
Drama...
ว่าความรักของเรายังคงเหมือนเดิม ใช่รึเปล่า..
ตู้ปลา แปลงผัก แปรงสีฟัน
ลมหนาวกับเฒ่าทารก
ครบรอบ 1 ปี
งานช้างที่บ้าน
เมอรี่คริสต์มาส ในตอนซ่อมแซมบ้าน
เว้นว่างในบางวัน
ขายของด้วยความเหมือน
"แตกต่าง" ไม่ใช่ "ตบแต่ง"
วิธีการที่ดี ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป
เรื่องของการทำบุญ
เดินเล่นเรื่อยเรื่อย
ล้างแอร์ กับเตรียมเดินทางสิ้นปี
กำลังอยากนอน
แอ่วงานไฟ 5 ธันวา
วันแห่งรอยยิ้มกับผองเพื่อน
เหมือนไม่วุ่น แต่มีอะไรต้องทำ
Together We Can รวมกันเราทำได้
Today @ CTW
จะพยายามมาถี่ๆ
ขอบคุณกับโร้ดแม็บ
ว่างกลับมาซะที
ฤดูไหนก็รักเธอ
จะพยายาม
ให้ฉันเป็นบทกวี ยามนิทรา



เมอรี่คริสต์มาส ในตอนซ่อมแซมบ้าน

เมอรี่คริสต์มาสครับ

ช้าไปหน่อย แห่ะๆ

แต่มีเหตุผลครับ

 

พอดีตอนนี้ที่บ้านกำลังวุ่นวายอยู่มากๆ

ส่วนนึงก็คือการซ่อมแซมบ้าน

งานช้างพอสมควร จากทีแรกนึกว่างานง่ายๆ

แต่เอาจริงๆช้างมากอยู่ครับ

เพราะกลายเป็นต้องเอาโครงเหล็กมาเสริมหลังคาเพิ่ม

พรุ่งนี้ช่างเหล็กจะมาเชื่อมหลังคาแล้ว

 

ตอนนี้ช่างก็ทำในส่วนของการทุบห้องน้ำ แล้วก็ทำฝ้าห้องครัวกับห้องคุณแม่เสร็จ

เหลือห้องน้องที่ต้องรอเชื่อมหลังคาก่อน

แล้วถึงจะทำฝ้าห้องนอนน้อง และห้องน้ำ

รวมไปถึงการทำพื้นห้องน้ำ เปลี่ยนโถชักโครก

 

ฝุ่นเฝิ่นเต็มไปหมดวุ่นวายกันน่าดู

แต่ก็น่าจะเรียบร้อยดีทุกอย่าง

ช่างมืออาชีพ จากเพื่อนที่ดีๆ ที่เป็นคนจัดการมาให้

ต้องขอบคุณเพื่อนมากจริงๆ

 

วันนี้ได้คุยกับช่าง ช่างก็สอนอะไรเราหลายๆอย่าง

อย่างนึงที่ยอมรับคือเราเป็นคน ขี้กลัว ขี้เกรงใจ

ก็เรื่องจริงครับ

เราคุยอะไรกับช่างไปหลายอย่าง อย่างนึงก็คือเรื่องของการช่วยงานเพื่อน

มีหลายทีที่เพื่อนจะจ้างให้ทำงานให้

เช่นทำข้อมูลทางสถิติ ทำ IS ทำ ทิซิส

เพราะเราทำงานด้านรีเซิร์จมาหลายครั้ง ให้กับอาจารย์ที่คณะก็สองครั้ง

ก็เลยได้ความรู้ด้านนี้มามาก เพื่อนที่เรียนด้วยกันก็จะรู้ว่าเราทำได้

แต่เรากลับรู้สึกว่าเราไม่ใช่มืออาชีพ

กลัว ว่าจะทำให้เขาไม่ดี

บอกตรงๆว่ากลัวที่จะไปรับผิดชอบของคนอื่น

บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องแย่ของเราก็ได้

เพราะจริงๆถ้าช่วยงานเขาแล้วทำให้ดี มันก็น่าจะดีแหละ

เรามักจะคิดว่า ที่เราทำมันจะดีพอสำหรับเขารึเปล่า

กลัวที่จะบอกว่า นี่ดีแล้ว แล้วมันยังไม่ดีน่ะ

ทั้งๆที่จริงๆ อาจารย์เองก็ค่อนข้างจะชื่นชมงานที่เราทำให้แก

ไม่ใช่รายงานนะครับ แต่เป็นงานที่ทางคณะมีการนำเสนอออกไป

ทั้งในที่ประชุมของคณะและสาธารณะบางส่วน

เราก็ไม่ได้ทำในนามเรา อาจารย์ท่านก็แบกรับให้เราเองเพราะเป็นงานท่าน

แต่ท่านก็เอ่ยชื่อเราออกไปเต็มๆว่าเป็นคนทำแล้วก็ชมในที่ประชุมอาจารย์

 

ก็ดีใจ และน่าจะทำให้มั่นใจ แต่พอถึงเวลาจริงๆ

ก็แห่ะๆ ไม่กล้าครับ ไม่กล้ารับเงินใครมาทำงาน

กลัวทำแล้วไม่คุ้มเงิน ><

ต้องแก้ไขสักหน่อย พี่ช่างไม่ได้เตือนว่าจะทำให้เราไม่ได้เงิน

แต่มันจะทำให้เราเสียโอกาส ทั้งในการฝึกฝนตัวเอง

ทั้งสร้างเพื่อนสร้างคอนเนคชั่น และโอกาสในอนาคต

มันก็ถูกของเขาจริงๆล่ะครับ เพราะพอบอกว่า

ทำให้แบบไม่รับเงิน เพื่อนก็เกรงใจ

หายไปไม่กล้าถามอีก

เห้อ

 

อีกเรื่องที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเข้าใจ

คือเรื่องการเลี้ยงดูปูเสื่อลูกน้อง

ช่างบอกกับเราว่า สมมุติว่า เขามีลูกน้องที่ทำงานรับเหมาในรอบนี้ 50 คน

ช่างจ่ายเงินซื้อข้าวเลี้ยงลูกน้อง 50 คน เป็นเงิน 1500 บาท

ช่างเสียเงิน 1500 บาท ต่อวันในการเลี้ยงดูปูเสื่อลูกน้องนอกเหนือจากค่าแรง

ลูกน้อง 50 คน จะรู้สึกอย่างไร ปลื้ม หรือดีใจมากๆ

ช่างบอกว่า จริงๆแล้วไม่ใช่ บางคนจะรู้สึกว่า

"ก็ดี มีข้าวกิน"

"แค่ 30 บาทเองหรอ"

"ซื้อกินเองอร่อยกว่า"

คือเงินที่เสียไปทั้งหมด 1500 บาท แต่คนที่รับจะรู้สึกว่า ตัวเองได้รับแค่ 30 บาท

บางทีการได้รับ 30 บาท ไม่ได้หมายถึงว่า จะทำให้เขารู้สึกดีเสมอไป

บางทีกลายเป็นผลลบ ทั้งๆที่เราเสียเงิน 1500 บาท ต่อวัน

คิดเป็นงานถ้าทำกัน 1 เดือน คือเสียทั้งหมด 45,000 บาท ต่อเดือน

แต่ลูกน้องไม่ได้มองที่ 45,000 บาท แถมไม่ได้มองว่าเค้าประหยัดได้เดือนละ 900 บาท ด้วย

เค้ามองแค่ มันกล่องละ 30 บาท แค่นั้นแหละครับ

ถ้าคิดจะให้ โดยไม่คิดอะไรตอบแทน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

จะเลี้ยงข้าวโดยไม่คิดมาก ก็ดีครับ แต่ถ้าต้องเดือดร้อนเดือนละ 45,000 บาท

ก็ต้องถามว่า มันสมควรในระดับไหน... การไม่ได้อะไรกลับมาไม่ได้เป็นปัญหา

แต่ถ้ากลายเป็นผลลบ ก็สร้างปัญหาขึ้นมาอีก

การจะทำอะไร บางทีต้องคิดให้ดีครับ

ถ้าถามผมว่า เมื่อฟังอย่างนี้แล้วจะคิดอย่างไร

ก็ถ้าลูกน้องน้อยๆ สี่ซ๊าห้าคน แล้วก็มีกำไรในระดับที่ไม่กระทบผลของการทำงาน

มันก็พอได้ครับ เดือนนึง สัก 4500 ยังถือว่าคุ้มค่า อาจจะเพิ่มให้ดูดีหน่อย

มีขนม มีอะไรช่วยก็น่าจะดีขึ้น

แต่ถ้าเยอะขนาด 50 คน ก็คงต้องเปลี่ยนวิธี

อาจจะใช้การเลี้ยงสักเดือนละครั้งหรือถ้าทำงานเดือนเดียว

ก็อาจจะสองสัปดาห์หรือสัปดาห์นึงครั้งเป็นการขอบคุณ

รวมถึงใช้เป็นโอกาสในการบริฟงานต่อไป

หรือคุยเรื่องปัญหาอะไรในกลุ่มการทำงานก็สามารถทำได้

แต่ก็ยอมรับว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มากนัก

ก็คงเพราะไม่เคยทำงานกับคนเยอะขนาดสี่ซีาห้าสิบ

เคยมีลูกน้องเยอะๆ ก็ยี่สิบสองคนเองครับ

 

นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะครับทุกคน

     Share

<< เว้นว่างในบางวันงานช้างที่บ้าน >>

Posted on Sun 26 Dec 2010 23:58
 

Comments

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh