calendar

วิธีการที่ดี ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป
เรื่องของการทำบุญ
เดินเล่นเรื่อยเรื่อย
ล้างแอร์ กับเตรียมเดินทางสิ้นปี
กำลังอยากนอน
แอ่วงานไฟ 5 ธันวา
วันแห่งรอยยิ้มกับผองเพื่อน
เหมือนไม่วุ่น แต่มีอะไรต้องทำ
Together We Can รวมกันเราทำได้
Today @ CTW
จะพยายามมาถี่ๆ
ขอบคุณกับโร้ดแม็บ
ว่างกลับมาซะที
ฤดูไหนก็รักเธอ
จะพยายาม
ให้ฉันเป็นบทกวี ยามนิทรา
อุ่นใจ
ชีวิตฉันมีไว้สำหรับเธอ
แค่เรานั้นต่างรู้ใจ
Song Series บทที่68 (อย่า)ให้ฉันเจอเธออีกที
ต่อให้ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ สักเท่าใด
รักแฟน แต่ไม่แสดงออก แล้วจะเป็นแฟนมันทำไม
หิมะที่เรียบทางด่วยเอกมัยรามอินทรา
สวัสดีปีใหม่ที่บางเลน
บางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน
Song Series บทที่67 Santa can you hear me?
หนึ่งคนที่ข้างเธอ ยามเหงา
บางขุนไทร # 2
สุดท้ายหัวใจ จะบอกเราเอง
รูปงานวันพ่อ
ห่วงจัง
ฮือๆ ขอโต้ดก้าบ
คิดว่าเจอล่ะ แต่เธออาจจะไม่ได้เจอเหมือนเรา (อิอิ)
แล้วเมื่อไหร่จะเรียนรู้
คิดถึง กับ หวั่นไหว ...
ไปแอ่วเมืองเพชร
อาทิตย์ละครั้งแล้วอ่ะ ไม่ดีเลย
รถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่เหนมีคัยมาหาเล้ยยย
กลับมาอีกรอบครับ



Song Series บทที่68 (อย่า)ให้ฉันเจอเธออีกที

รู้ไหมว่าสิ่งหนึ่งที่ฉันกลัว

ไม่ใช่กลัวเธอไม่รัก

ฉันกลัวว่าเธอรัก แล้วฉันจะไม่รู้

ฉันกลัวที่จะต้องเสียดายโอกาส เมื่อมันสายไป...

 

ฉันเอามือปิดจมูกตัวเองเมื่อรถเมลสายหนึ่งวิ่งผ่านไป

รถเมลเก่าคร่ำคร่า มาพร้อมกับควันโขมงสีดำ

รมเอาคนที่ยืนรอข้ามถนนต้องถอยหลัง

ควันสีดำที่ลอยฟุ้งทำให้ฉันต้องเบือนหน้าหลบมาอีกทาง

จนลมพัดมันผ่านเลยไปแล้ว ฉันก็หันหน้ากลับมา

สายตาพลันไปมองเห็นร่างหนึ่งที่กำลังข้ามถนนมาทางฝั่งเดียวกับฉัน

ร่างในชุดเสื้อขาวกางเกงยีนเก่าๆ รองเท้าผ้าใบแบบนันยาง

มือถือแฟ้มใบเขื่อง กำลังจรดๆจ้องๆ ก่อนจะก้าวลงมา

 

ฉันยืนนิ่งสนิท ทั้งๆที่คนอื่นข้างๆเริ่มเดินก้าวออกไปอีกฝั่ง

สายตาฉันจ้องที่เขา เขาคนนั้นที่ฉันไม่เคยจะลืมได้เลย

เขาที่ฉันเคยบอกว่า ไม่ใช่ วันที่ฉันลังเลและไม่แน่ใจ

จนเขาก้าวออกไปจากชีวิตฉัน ห่างไกลออกไป

ฉันไม่คิดว่า เขาจะมีอะไรสำคัญ แต่ว่าตั้งแต่วันนั้น

เขากลับอยู่ในใจฉันตลอดมา

 

ร่างของเขาในวันนั้น ดูจะผอมและโปร่งกว่าวันนี้

แฟ้มใหญ่ๆ กระเป๋าแฮรอตหลายใบเต็มมือ และผมยาวกระเซิง

ดูยุ่งๆวุ่นๆตลอดเวลา

"นี่นาย เดินตามมาเร็วๆสิ ชักช้าจริง" เสียงเพื่อนฉันแหวใส่เขา

ในฐานะเบ๊กลุ่ม เขากลายเป็นม้าใช้วิ่งไปวิ่งมา

คอยถือของให้พวกเราคอยทำโน่นทำนี่ให้

ก้อย เพื่อนฉันในกลุ่ม ดูจะพอใจในการใช้งานเขามากกว่าใคร

ก็ไม่แปลกหรอก เขาเองก็เข้ากลุ่มมาเพราะก้อยนี่นา

ฉันคิดแบบนั้น แล้วก็สมน้ำหน้า ถึงจะเห็นใจอยู่บ้าง

แต่เมื่ออยากมาจีบเพื่อนฉัน ก็คงต้องลงทุนหน่อย

 

นายเบ๊หมายเลขหนึ่ง คอยตามติดกลุ่มฉันแจ

พวกเราขึ้นมาเรียนปีสองแล้ว เริ่มงานยุ่งขึ้น

งานรายงานก็ต้องทำ เขาเองก็เหมือนต้องทำอะไรเป็นสองเท่า

เหมือนเขาจะพอใจด้วยซ้ำมัง ที่เราใช้งานเขาอยู่ตลอด

ก้อย คงไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่ แต่ก็ใจอ่อนลงบ้าง

อย่างน้อยก็ไม่ได้ให้แบกอะไรมากเท่าเก่า

แถมไปๆ มาๆ หมอนี่ก็ดูจะมีอะไรมากกว่าที่เห็น

ทำโน่นทำนี่ก็เป็น ฉันเองก็เคยให้ช่วยทำงานส่วนของฉันบ่อยๆ

"ขอบใจนะ" ฉันขอบคุณเขาวันนึง

ที่เขาช่วยฉันทำรายงานส่งอาจารย์วิชาสถิติ

"ไม่เป็นไรหรอก เราก็ต้องทำของเรา มันก็คล้ายๆกันแหละ"

เขาตอบยิ้มๆ

"แล้วนี่ทำให้ก้อยเหมือนกันรึเปล่าเนี่ยะ" ฉันแซวเขาขำๆ

"หืม เขามองหน้า เปล่านะ ก้อยไม่ได้ให้เราทำซักหน่อย"

"อีกอย่างทำไมเราต้องทำให้เขาอ่ะ" หมอนั่นพูดพร้อมกับมองหน้า

ฉันต้องหลบตาเขา บางทีมันก็รู้สึกว่าตาเขาเมหือนมีอะไรดึงดูดประหลาดๆ

เราเดินไปด้วยกันริมทางเดิน ฉันมองไปข้างหน้าก่อนจะถามเขาต่อ

"อ่าวหรอ ก็เห็นนายออกจะตามก้อยแจ"

 เขารีบปฏิเสธมาทันทีว่าไม่ใช่

"เรารู้นะว่าพวกเธอคิดว่าเราชอบก้อย แต่ไม่ใช่สักหน่อย"

"เราไม่เคยบอกเลยนะ ว่าเราชอบก้อยน่ะ" เขาพูดเสียงตัดพ้อนิดหน่อย

ฉันหันกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง ผมม้าปลิวไปตามลมที่พัดมา

ทำให้ใบหน้าเขาดูอ่อนลงไปอีก

"แล้วนายเบ๊หมายเลขหนึ่งตามใครล่ะครับ" ฉันถามเขา

"ไม่ได้ตามใครสักหน่อย แหม หรือจะตามเธอดีล่ะ" เขาย้อนกลับมา

"บร้า" ฉันมองหลบตาเขาอีก "ไม่ตอ้งเลย ไม่ต้องมาแกล้ง"

ฉันเดินมาถึงป้ายรถเมลของฉัน เขายังคงยืนถืิอกระเป๋าของฉันอยู่ตรงนั้น

"เอามาสิ" ฉันยื่นมือ แต่เขากลับไม่ส่งมาให้

"เรารอส่งเธอก่อน" เขาตอบ

"ไม่เป็นไรหรอกไปก่อนเลย" ฉันตอบเขา ยื่นมือไปหยิบกระเป๋า

เขาทำยื้อไม่ส่งให้ ฉันมองหน้าเขาก็ยิ้มๆ

"เดี๋ยวรถก็มา เรารอส่ง" เขาตอบ

เอ๊ะ หมอนี่ยังไง ฉันคิดในใจ

"เอามานี่" ฉันทำเสียงดุ

เขามองตา พอเห็นฉันเอาจริงเขาก็เลยยอมส่งให้

แต่ก็ยังยืนไม่ไปไหน

ไม่เป็นไร อยากยืนก็ยืน

"แล้วนี่กว่าจะกลับถึงบ้าน" เขาหันมาถาม

"นานแย่เลย ไม่เบื่อหรือ"

"ไม่หรอก เดี๋ยวก็ไปเจอพ่อแล้ว" ฉันตอบ

"อื้อ" เค้ารับคำหัวเราะขำๆ

ฉันชักรำคาญนายกวนประสาทนี่ละ

แต่จริงๆ เป็นแบบนี้ ก็ดูดีกว่าตอนปีหนึ่งตั้งเยอะ

ดูเป็นตัวของตัวเอง ดีกว่าเป็น นายเบ๊ หมายเลขหนึ่ง

เอ๊ะ นี่ฉันคิดอะไร หมอนี่อ่ะนะดูดี

ฉันพยายามสลัดความคิดพวกนี้ ก็คงพอดีกับรถมา ฉันก็เลยรีบขึ้นรถไป

 

ภาพภวังค์ในอดีต มันย้อนกลับมาถึงตอนที่วันนึง

เค้าเดินกลับกับฉันเหมือนเคย

จริงๆจากกลุ่ม เหมือนเราจะอยู่กันสองคนมากขึ้น

คนอื่นเริ่มพูด ว่าเค้าไม่ได้มาจีบก้อยแล้ว

แต่เป็นฉันต่างหาก

ฉันเริ่มจะหงุดหงิดกับการมาของเขา

แต่ในใจนึง ก็รู้สึกว่ายังไงเขาก็ยังเป็นคนดี

และก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

ในหัวของฉัน คำตอบคำว่ารักมันยังเร็วเกินไป

เพราะบางทีที่ฉันเห็นเขาอยู่กับเพื่อนคนอื่น

หรือกับก้อย

ฉันก็รู้สึกอึดอัด เสียใจ

แต่พอเขายุ่งกับฉันมากขึ้น

ฉันก็หงุดหงิด รำคาญ

วันนึงฉันถึงกับโพล่งใส่เขา

ตอนที่เขาไปยืนรอฉันกลับบ้านที่ป้ายรถเมล

"นี่ บอกให้กลับบ้านกลับบ้าน" ฉันแหวใส่

"จะรออยู่ทำไม" สายตาฉันจ้องหาคำตอบจากตาเขา

เขากลับหลบตาฉันในคราวนี้ ยืนนิ่งๆ มองไปข้างบน

ก่อนจะมองตาฉันตอบ สายตาเขาตอนนั้น

มันเหมือนเศร้าๆ เหมือนจะร้องไห้

ฉันนิ่งเขาก็นิ่ง

"เรารักเธอ" เขาตอบกลับออกมา

ทำฉันนิ่งไป นิ่งไปจริงๆสักพัก

"นายกลับไปเถอะ  เราไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับนายหรอก" ฉันตอบเขาไปตรงๆ

เขาก้มหน้าไป เม้มปาก ก่อนจะเงยหน้ามาตอบฉัน

ตาของเขาเหมือนมีน้ำใสๆคลออยู่

"อื้อ" เขาตอบก่อนก้มหน้าไป "เรารู้"

"เราขอโทษที่รบกวนนะ" เขาพูดก่อนจะหันหลังเดินไป

รบกวน ไม่หรอก ฉันคิด มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

ฉันเงยหน้าขึ้นมาจะเรียกเขา แต่ฉันก็ไม่กล้าเรียก

เราก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น แต่เราก็ไม่ได้รัก

การเรียกเขา จะเป็น เป็นการให้ความหวังรึเปล่า

ฉันคิดไม่ตก ว่าจะทำยังไงดี จนเขาเดินไปไกล

ฉันก็ล้มเลิกความคิดจะเรียกเขา และจากวันนั้น

เราก็แทบไม่ได้คุยกันอีก

 

เราเจอกัน บางทีเขายิ้มให้ แต่ฉันกลับหลบเขา

ฉันไม่กล้าเผชิญหน้า แล้วก็หาทางเลี่ยงตลอดเวลา

เพื่อนๆ เริ่มสงสัย แต่ฉันก็บอกไปว่าไม่มีอะไร

แค่รำคาญ ทำให้เพื่อนหลายคนช่วยฉัน

ให้ฉันไม่เจอเขา แต่ฉันกลับวิตกในใจ

นี่คือสิ่งที่มาจากความรู้สึกของฉันจริงๆ?

ฉันรำคาญ เกลียด? ไม่ใช่อ่ะ ไม่ใช่แบบนั้น

 

วันเวลาที่ต้องห่างเหินไป งานเยอะขึ้น เจอกันน้อยลง

หลบหน้า ทำให้เราห่างหายกันไปจนปีสี่

ฉันเหมือนแยกเมเจอร์กับเขาไปเลย เมื่อฉันเลือกบัญชี

แต่เขาเลือกสแตด

เราเรียนคนละสายวิชา แต่ก็ยังอยู่คณะเดียวกัน

ก้อย เรียนด้วยกันกับเขา เหมือนว่าทั้งคู่จะคุยกันมากขึ้น

ก้อยกับฉันก็ยังสนิทกัน ก้อยบอกว่าเขาเก่งมาก

เหมือนก้อยเริ่มปลื้มเขา แต่เขากลับไม่ได้สนใจก้อยเท่าไหร่

แต่ฉันละ ฉันเริ่มมองเขาไปกับก้อย หรือไปกับคนอื่น

สิ่งที่ฉันคิดในตอนนี้ คือฉันช้าไปรึเปล่า ฉันคิดถึงเขา..

 

เราเรียนจบแยกย้ายจากกัน วันรับปริญญา เขามาหาฉัน

ขอถ่ายรูปด้วย ฉันไม่ได้หลบหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

"ขอถ่ายรูปได้ไหมครับ" เขาถามตอนที่เราเดินเจอกันที่มหิต

"ได้ค่ะ" ฉันตอบ เรายืนห่างกันนิดหน่อย

แต่ระยะห่างนิดหน่อยนั้น เหมือนห่างไกลกันแสนไกล

เขายิ้มให้ฉัน "ขอบคุณนะครับ" รอยยิ้มนั้นยังคงเหมือนกับวันก่อน

"อื้อ" ฉันยิ้มตอบ "แล้วเป็นยังไงบ้าง"

"สบายดี คุณล่ะครับ" สรรพนามฉันเปลี่ยนแล้วงั้นหรือ

"อื้อ ได้ข่าวว่านายคบกับก้อยหรือ" ฉันถามไป

"เปล่านะ ผมไม่ได้คบกับเขา" เขาตอบ "ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับใครเลยครับ"

ไม่ได้คิดอะไรกับใครเลย.. รวมถึงฉันด้วย ใช่ไหม..

 

ฉันนิ่งไป จนเงียบ เขาก็เหมือนงงๆ แล้วก็รีบขอตัวไปเพราะเพื่อนเรียก

ฉันนิ่งจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้น

ฉันคิดถึงเขา มองแต่เขา มาตั้งแต่เราห่างกัน

ฉันอยากถามเขา ว่ายังรักฉันอยู่ไหม

แต่ก็ไม่ได้พูดไป... ไม่ได้ถามออกไป..

ฉันมองเขาเดินห่างออกไปอีกครั้ง อีกครั้งที่ต้องมองด้านหลังเขา จนเลือนหายไป

ทำไมนะ คราวนี้ทำไม

ถ้ามีคราวหน้า ถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะไม่ยอมอีก....

 

"คุณ" เสียงเรียกดังขึ้น ฉันหันไปมองตามเสียง

เขานั่นเอง ร่างสูงโปร่งนั้น รอยยิ้มนั้นยังคงเหมือนเดิม

"ทำไมยืนเหม่ออ่ะครับ" เขาถามยิ้มๆ

ฉันยิ้มตอบ "พอดีเห็นคุณเลยยืนรอ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีไหม"

ฉันถามเขา เขาตอบว่าสบายดี "คุณยังน่ารักเหมือนเดิม" เขาแซวฉัน

"บร้า" ฉันเขิน ก่อนจะมองไปข้างหลังเขา

ไม่มีใคร.. เขาเห็นฉันนิ่งไป เขาก็ถาม "เป็นอะไรครับ แล้วนี่จะไปไหน"

ฉันตอบเขาว่ากำลังจะกลับบ้าน พอดีแม่ทำกับข้าวไว้

เขาก็นิ่งไป สักพักก็บอกว่า "เสียดายจัง อุสาห์เจอเพื่อนเก่า ว่าจะชวนไปทานข้าว"

เพื่อนเก่า... ฉันคิด แค่เพื่อนหรือ ฉันนิ่งไปอีก

"งั้นผมไปก่อนนะครับ" เขาเห็นฉันนิ่ง "แล้วไงถ้าเจอกันอีกค่อยไปนะ"

เขาหันหลังเดินจากไป

ฉันนิ่งอีกแล้ว ฉัน ฉัน

เขามีแฟนรึยัง ตอนนี้เค้ายังรักฉันไหม เขาชอบใคร

ฉันคิดอีกแล้ว ฉันสะบัดหน้าตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจ

อย่างน้อยที่สุด ก็ได้เจอกันแล้ว ฉันจะไม่ยอมอีกแล้ว

เมื่อได้เจอ ฉันจะไม่ยอมปล่อยไปอีก

ขอโทษนะคะคุณแม่ ฉันคิด

"คู้นนนนนน" ฉันตะโกนเรียกแล้ววิ่งตามไป ภาพที่เห็นคือเขาหันกลับมา

ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อน แล้วผลสุดท้าย เค้ามีใครรึยัง

ยังรักฉันไหม จะเกิดอะไรขึ้น

เอาไว้ต่อจากนี้แล้วค่อยคิดอีกทีละกัน

Song Series บทที่68 อย่า ให้ฉันเจอเธออีกที

 

     Share

<< ต่อให้ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ สักเท่าใดแค่เรานั้นต่างรู้ใจ >>

Posted on Mon 25 Jan 2010 22:39
 

Comments

เธอรักแล้วฉันไม่รู้...โอ้ววว
เพิ่งจะคิดได้นะเนี่ย น้องอ่ะ

^^"

น่าจะมีต่อนะแยมๆ
onewayoranother   
Wed 27 Jan 2010 20:22 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh