calendar

วันแห่งรอยยิ้มกับผองเพื่อน
เหมือนไม่วุ่น แต่มีอะไรต้องทำ
Together We Can รวมกันเราทำได้
Today @ CTW
จะพยายามมาถี่ๆ
ขอบคุณกับโร้ดแม็บ
ว่างกลับมาซะที
ฤดูไหนก็รักเธอ
จะพยายาม
ให้ฉันเป็นบทกวี ยามนิทรา
อุ่นใจ
ชีวิตฉันมีไว้สำหรับเธอ
แค่เรานั้นต่างรู้ใจ
Song Series บทที่68 (อย่า)ให้ฉันเจอเธออีกที
ต่อให้ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ สักเท่าใด
รักแฟน แต่ไม่แสดงออก แล้วจะเป็นแฟนมันทำไม
หิมะที่เรียบทางด่วยเอกมัยรามอินทรา
สวัสดีปีใหม่ที่บางเลน
บางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน
Song Series บทที่67 Santa can you hear me?
หนึ่งคนที่ข้างเธอ ยามเหงา
บางขุนไทร # 2
สุดท้ายหัวใจ จะบอกเราเอง
รูปงานวันพ่อ
ห่วงจัง
ฮือๆ ขอโต้ดก้าบ
คิดว่าเจอล่ะ แต่เธออาจจะไม่ได้เจอเหมือนเรา (อิอิ)
แล้วเมื่อไหร่จะเรียนรู้
คิดถึง กับ หวั่นไหว ...
ไปแอ่วเมืองเพชร
อาทิตย์ละครั้งแล้วอ่ะ ไม่ดีเลย
รถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่เหนมีคัยมาหาเล้ยยย
กลับมาอีกรอบครับ
แว่บกลับมาแว้บบบนึง
36....
การบริหารความเสี่ยงของพุดซ้อน
มาแจ้งข่าว
Song Series บทที่66 พระจันทร์ยิ้ม
ฝากแล้ว



Song Series บทที่67 Santa can you hear me?

เท้าที่ย่ำไปบนถนนฟุตบาท

แสงไฟที่ประดับประดาไปรอบๆ

รอยยิ้มของผู้คนที่แสนอบอุ่น

แต่ใจของบางคน กลับเงียบงัน...

 

วันนี้เป็นวันที่ 24 ธันวาคม

วันเดียวกับปีที่แล้วและทุกๆปี ที่ผมเดินเล่นอยู่ริมถนนแบบนี้

เมื่อเช้า ผมยังคงนั่งทำงานที่กองสุมบนหัว

และมันคงไม่เสร็จง่ายๆแน่ๆ

 

ผมไม่ได้วอนท์หรือต้องการจะให้งานเสร็จ

เพื่อไปเที่ยวไหนกับใครหรอกครับ

เพราะไม่มี ใคร ที่ว่าอยู่แล้ว

ผมนั่งมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พิมพ์งานไปเรื่อยๆ

แสงกระพริบจากเจ้าตัวเขียวๆฟ้าๆ ที่มุมจอพร้อมกับกรอบบางอย่าง

ก็เด้งขึ้นมา

มันเหมือนกรอบแห่งความสบายใจในบางที

กรอบแห่งความหนักใจในบางครั้ง

แต่ตอนนี้ผมก็บอกไม่ได้ว่าหากมันกระพริบ

มันคือความสุข หรือความหงุดหงิด

อาจจะเพราะหัวใจชาๆ มันเฉยๆ อยู่

 

ผมคลิกขึ้นมาพร้อมอ่านคำพิมพ์ที่อยู่บนนั้น

"เฮ้ย คืนนี้ไปไหนป่าววะ" เอก เพื่อนสมัยเรียนพิมพ์ถามมา

ผมอ่านแล้วก็ตอบกลับไปว่า "ป่าวว่ะ" ตามที่คิด

"ทำไม มึงจะชวนไปไหนหรือ" ผมถามมันกลับ

"ป่าว กูคงไปกับแฟนแหละ แต่อยากรู้ ได้ข่าวว่ามังกับ..."

มันพิมพ์มาทิ้งให้คิด

"เฮ้ย หยุดเลย กรูไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ไม่ต้องมา" ผมตอกกลับไป

"มึงไปสวีทเถอะ เดี๋ยวเสร็จงานกูคงกลับบ้าน"

ผมตอบไปแล้วก็เหมือนมันจะเลิกรา

"เออ กูไม่มีไรหรอก แค่อยากจะบอกว่า"

"ว่า.."

"คืนนี้ กูจะขอพี่เขาแต่งงานว่ะ"

ผมอ่านแล้วนิ่ง ยิ้มออกมา ยังไงคืนนี้ก็คงเป็นคืนที่ดี

เริ่มต้นแม้งานจะยุ่ง ก็ยังมีข่าวดี

"เอาจริงซะทีนะมึง" ผมสำทับไป

"อือ เอาจริงแน่ๆว่ะ เอาใจช่วยกูด้วยนะ" มันตอบกลับมา

"เออ ขอให้สมหวังเว้ย" ผมตอบกลับไป

มันเลิกคุยไปผมก็ทำงานต่อ

อย่างน้อย การได้รับรู้ว่าคนที่เรารู้จักกำลังมีความสุข

มันก็ทำให้เรายิ้มได้

 

สักพัก กรอบก็เด้งมาอีก

คราวนี้เป็นน้องสาว

"พี่คะ" น้องพิมพ์มาทักผม

"ว่าไงครับ" ผมตอบกลับไป เธอดูเงียบๆไป

"งานยังไม่ได้ส่งเลย อยากไปเที่ยว เบื่อ เหงา" เธอพิมพ์บ่นๆมาหาผม

"หืม ก็ไปสิ จะให้ไปด้วยรึป่าวครับ" ผมตอบกลับไป

"ไม่ต้องหรอก บ่นเฉยๆ เห้อ ไม่มีใครกินข้าวด้วยมาเป็นเดือนละ"

เธอบ่นตามแบบหนังดังที่ลาโรงไปสักพักแล้ว ผมยิ้มกับมุขของน้อง

"แหม คนจะไปกินด้วยมี แต่ไม่เคยชวน"

"ไม่ใช่คนที่อยากให้ไปด้วยล่ะสิ" ผมแซวเธอ

"ชิ" เธอค่อนกลับ "ไม่คุยด้วยแล้ว"

"จี้ใจดำล่ะสิ ไม่ใช่คนนั้นที่โทรไปใช่มะ" ผมแซวเธอต่อ

"คนไหน ข่าวเก่าละ ตอนนี้ไม่มีแล้ว" เธอตอบกลับมา

ผมนึกหน้าเธอออกเลยว่าคงกำลังงอนอยู่

"เอาน่ะ คืนนี้เบื่อๆ ก็โทรมาละกันครับ พี่คงไปเดินเล่นแถวสยาม"

ผมตอบเธอ

"ไม่อ่ะ" เธอตอบกลับมา ส่งไอคอนหมูส่ายหน้ามา

ผมก็ค่อนเธอกลับไป การสนทนาเราก็จบคง

ผมเงยหน้าขึ้นมา บ่ายสามแล้ว งานก็ยังคงมีอยู่อีกพอสมควร

ผมสูดลมหายใจเข้า พิมพ์งานต่อ

หวังว่า คืนนี้คงได้ไปไหนบ้าง

ผมไม่ได้หวังอะไร

ไม่ได้ต้องการใครไปด้วย

แต่อยากไปไหน บ้าง

ในคืนคริตส์มาสอีฟ

อย่างน้อย

ก็คงไปถ่ายรูปไฟ

แม้จะต้องไปคนเดียวก็ตาม

 

ผมพิมพ์งานจนเกือบๆ เสร็จ ห้าโมงครึ่งแล้วสิ สักพัก

เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

เสียงตามสายมาจากคุณแม่ ท่านเล่าเรื่องของที่ดินที่บ้าน

ว่ากำลังจะขายได้

ผมฟังด้วยความสบายใจ แม้จะไม่ได้หวังอะไรกับเรื่องนี้

แต่อะไรที่ทำให้คุณแม่ดีใจ ผมก็ดีใจ

พอวางสายเสร็จ ผมเซฟงาน ปิดคอมพิวเตอร์

เดินลงจากตึกที่ทำงาน ทักทายเพื่อนหลายๆคน

ใครหลายๆคนกำลังเดินลงมาด้วยกัน

บางคู่ผมก็รู้จัก

บางคู่ผมก็ไม่รู้

ชายหนุ่มบางคน ยืนรอหญิงสาวหน้าประตู

บางคน ก็รอแฟน

บางคน ก็รอคนที่เค้าอยากชวน

ผมล่ะ.. คนที่ผมอยากชวน

ตอนนี้กำลังทำอะไร...

 

คำตอบที่ไม่มีวันรู้ และผม คงไม่โทรไปหาเธอ

วันนี้ หรือวันไหนๆ

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ริมถนนหนทางแสงไฟเริ่มสว่าง

ผมเดินตัดจากถนนหน้าตึก ไปยังลานจอดรถของบริษัท

ก่อนจะก้าวขาคร่อมมอเตอร์ไซด์สีแดง

สวมหมวกกันน๊อกแดง แล้วสตาร์ทรถ

ผมมุ่งหน้าผ่านไปยังในเมือง ตึกหลายตึกประดับประดาด้วยแสงไฟ

ต้นไม้ที่ถนน ห้อยไฟสว่างไปทั่ว

แสงสว่าง ระยิบระยับเป็นประกายสะท้อนกับไฟรถ และผู้คน

เหล่าผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับความสุข

ผมแวะไปยังร้านค้าข้างทางร้านหนึ่ง

สั่งเค้ก และขนม มาถุงใหญ่ ก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซด์ไป

เป้าหมายผมเหมือนทุกๆปี ผมมาถึงบ้านหลังหนึ่งริมทางด่วน เป็นบ้านสังกะสีเก่าๆ

พอผมเคาะประตู ก็มีเด็กสองคนเปิดประตูออกมา

"เย้ พี่หมวกแดงมาแล้ว" เสียงร้องเรียกดังขึ้น

เสียงเด็กๆในบ้านก็ดังขึ้น ป้าแก่ๆ คนนึง เดินมายกมือไหว้ผม

ผมถอดหมวกออก แล้วยกมือไหว้ป่า

"หวัดดีครับป้า" ผมยิ้มให้แก "สบายดีนะครับ"

"จ้ะ ก็ตามประสาคนแก่" แกเชิญให้ผมเข้าไปนั่ง

ผมเข้าไปนั่งพร้อมกับเด็กๆ ที่วิ่งมาล้อมรอบ

ทุกคนรู้ว่าผมจะมีขนมมาให้พวกเขา

"อ่ะ ใจเย็นๆ ได้ทุกคนๆ" ผมยืนขนมกล่องๆ ให้กับเด็กๆ

พอเด็กๆได้ขนมไป ผมก็เอาเค้กให้เด็กที่โตสุดสองคนไปหั่นแจกให้น้องๆ

ก่อนจะยื่นซองเล็กๆซองหนึ่งให้คุณป้า

"นี่เก็บไว้ใช้นะครับ ผมมีไม่มากขอโทษจริงๆ" ผมบอกแก

"พ่อหนุ่ม ช่วยป้ามาตลอดแล้ว มาขอโทษป้าทำไม" แกตอบผมรับเงินไปด้วยมือสั่นเทา

"ผมทำได้แค่นี้จริงๆแหละครับ" ผมตอบแกไป จริงๆ ผมรู้จักกับบ้านนี้ได้

เพราะวันนึงที่ผมยังเป็นนักซิ่ง ผมขับซิ่งมาชนแกในคืนอีฟ

แม้จะไม่ตั้งใจ แต่แกก็ต้องเข้าโรงพยาบาล และที่สำคัญ

เด็กๆพวกนี้ เป็นหลานแกที่ลูกสาวแกทิ้งไว้ ก่อนจะหนีไปกับสามีใหม่

แกต้องทำงานหาเงินเลี้ยงเด็กด้วยตัวคนเดียว

ผมรู้สึกผิดมาก และอาสาดูเด็กเหล่านี้ให้แก ตอนทีแกเจ็บ

นั่นทำให้ผมรู้สึกถึงชีวิต และความรับผิดชอบมากขึ้น

ผมจะมาที่นี่ ในคืนนี้ เพื่อความหวังเล็กๆของเด็กไม่กี่คน

ที่จะได้ของขวัญ และรอยยิ้มบ้าง

ผมไม่มีมากพอจะช่วยพวกเขาได้ ส่งเสียใครเรียนหนังสือหรืออะไรได้

แค่นี้ที่พอจะทำได้ และมันก็คือความสุขในวันดีๆวันหนึ่งนี้

 

เด็กๆหลับแล้ว เวลาเลยไปจนห้าทุ่ม

ผมเดินออกมาจากบ้านป้า ก่อนขึ้นมอเตอร์ไซด์

เด็กโตสองคนกับป้าออกมาส่งผม

พวกเขาโบกมือด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

ผมบิดผ่านแยกใหญ่เข้ามาในเมืองอีกครั้ง

มาถึงมหาลัยแห่งหนึ่งใจกลางเมือง

ผมจอดมอเตอร์ไซด์ มองไปยังตึกเรียน

เท้าก้าวไปเรื่อยๆ จนถึงคณะ แสงไฟยังเปิด

คืนนี้ก็ยังมีคนนั่ง

 

ความฝันของเด็กๆ ที่สลัมนั้น ก็อาจจะแค่ได้ของขวัญหรือขนมสักชิ้น

ความฝันของพวกนักศึกษาที่เรียน ก็คืออยากเรียนให้จบ

ความฝันของเอกเพื่อนผม อาจจะเป็นงานแต่งงานกับคนที่เขารัก

แม่ผม อยากจะมีความสุขและสบายขึ้นตอนที่ท่านอายุมาก

น้องสาวผม คงอยากมีใครสักคนดูแล

 

จะเที่ยงคืนแล้ว ผมเองแม้เป็นคนพุทธ

แต่หากคืนนี้ จะขออะไรได้

ผมก็อยากจะขอให้ทุกคนมีความสุข และได้ตามสิ่งที่ทุกคนขอ

 

ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา

กดแมสเสจ อวยพร ส่งให้เพื่อนหลายๆคน

 

ก่อนจะถึงคนสุดท้าย คือเธอ...

ถ้าจะขออะไรสักอย่างหนึ่ง ในโลกนี้

ผมอยากขอแค่เธอ

ไม่ได้ขอให้เธอรัก แต่ขอ ให้เธอ

มีความสุข

นั่นคือคำขอสุดท้ายสำหรับผม และถ้าขอได้อย่างเดียว

ผมอยากขอให้เธอมีรอยยิ้มตลอดไป

นั่นแหละคือพรประการเดียว ที่อยากได้ที่สุด

ผมเดินออกจากใต้ตึกอย่างช้าๆ หลังจากส่งแมสเสจไป

เดินไปยังมอเตอร์ไซด์ ก่อนจะบิดกลับไปที่บ้าน

ทิ้งไว้เพียงข้อความสุดท้ายสำหรับคืนคริสต์มาสปีนี้

 

มีความสุขนะครับทีรัก..

Song Series บทที่67 Santa can you hear me

 

     Share

<< หนึ่งคนที่ข้างเธอ ยามเหงาบางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน >>

Posted on Thu 24 Dec 2009 20:08
 

Comments

เพิ่งเข้ามาในเว็ปนี้ เข้ามาอ่านในเพจนี้แล้วรู้สึกว่า \
สายลมที่พัดผ่าน   
Thu 24 Dec 2009 20:17 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh