แห่ะๆ
เมื่อวานไม่ใช่เรื่องจริงนะจ๊ะ
ชิชิ
แต่ว่า ความรู้สึกก็จริงล่ะ
เพราะเราซื้อของให้ใครบ้าง
มันก็นะ จะอยู่ที่บ้านแหละ เก็บไว้
เค้าไม่เอา ก็ไม่คิดจะไปให้ใครหรอก
อย่างนึงคือ ของเป็นของที่เราซื้อให้คนทีเรารัก
สำหรับเขา
อย่างนึงคือ เอาไปให้ใคร มันดูไม่ดีกับคนนั้นเลยนะ
เหมือนของเหลือ มีคนไม่เอาถึงเอามาให้
ยิ่งถ้าคนนั้นจะเป็นแฟนใหม่เรา ยิ่งรู้สึกแย่
ซื้อใหม่หาใหม่ เป็นของที่เราเลือกให้ดีกว่า
วันนี้ไปเรียนตอนเช้า
มีวิทยากรคือคุณ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของเถ้าแก่น้อย
เขาอายุ 23 ปี เท่านั้นครับ
ส่วนของธุรกิจ ประสพความสำเร็จแค่ไหน
คงไม่ต้องอธิบาย จากความดังของเถ้าแก่น้อยในตอนนี้
แต่ที่จะพูดถึงคือแนวคิดทางธุรกิจ ที่ยอดเยียม ที่ตรงกับใจเรามากครับ
มีความคิดคล้ายๆกันก็ย่อมชื่นชมมากกว่าปกติ
อย่างเรื่องการทำธุรกิจ ที่ไม่มองที่ผลลัพธ์สำคัญที่สุด
คือแน่นอนว่า ธุรกิจ ต้องการผลกำไร
แต่ไม่ใช่มองที่กำไรสูงสุด
เขาทำธุรกิจด้วยมุมมองของการคาดหวัง ในการสร้างสินค้าที่ดีก่อน
ตัวสินค้าต้องดี ต้องมีใจรักให้กับตัวสินค้า
อย่างนึงที่เขามองเหมือนกัน คือเรื่องชีวิต
เขามองว่า เขาทำเพราะเขาต้องการพลัง
พลังในการช่วยเหลือคนอื่นๆ
หากเราไม่มีพลัง แค่จะเอาตัวเองยังไม่รอด
แล้วจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร
มุมมองชีวิตเขา คือมุมมองของคนที่เข้าใจชีวิต
คนเราไม่มีทางตัน ถ้าตัน ก็ขุดมันไป
มันต้องมีทางออก
ล้มแล้ว ก็สามารถลุกได้ ผิดพลาดไม่ใช่มัวมาผิดหวัง
แต่ต้องหาทางแก้ไข เรียนรู้จากความผิดพลาด
เขามองว่า เงิน หรือความร่ำรวยไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ตอนนี้มีเงินเป็นร้อยล้าน
แต่ว่า เขายังต้องการอย่างอื่นมากกว่านี้
มันคือความอบอุ่นของครอบครัว และเขาอยากจะช่วยคนให้ได้มากกว่านี้
ใครอยากอ่านมุมมองชีวิตเขาอ่านได้ที่นี่นะครับผม
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M3022283&issue=2228
คนเราอาจจะมีโชค มีโอกาส
แต่หากมีแค่สองอย่างนี้แล้วไม่มีความพยายาม
มันก็ยากที่จะประสพความสำเร็จได้
แนวคิดต่างๆ สิ่งที่มองแล้ว สำคัญที่สุดสำหรับคุณอิทธิพัทธ์
คือการทำธุรกิจแบบที่ไม่หวังผลสูงสุด
เน้น "ให้" ก่อน ที่จะเป็นผู้รับ
แม่ผมบอกว่า ลองนึกถึงเวลาให้ทาน
คนที่ให้ทาน ย่อมเป็นผู้หยอดเงิน ส่วนคนรับก็จะแบมือรอ
มือของคนให้ จะอยู่สูงกว่ามือของคนรับเสมอ
อีกจุดนึงคือการมองอะไรในแง่บวก
คนเราถ้ามองอะไรในทางที่ดีย่อมมีความคิดมีพลังที่จะสู้ต่อไป
โดยไม่ล้มง่ายๆ และไม่กลัวความผิดพลาด
แต่คุณอิทธิพัทธ์ก็บอกว่า
ในบางตำแหน่ง เช่นพนักงานบัญชี คนคุมเงิน
ก็จะต้องมีการมองในแง่ลบบ้างบางเรื่อง
เพื่อแตะเบรก ไม่ให้มีการลงทุนที่เกินตัวมากไป
มองคนที่เรียนจบ ม.6
ดรอปตอนปีหนึ่ง และเรียน สุโขทัย อยู่
แต่ประสพความสำเร็จจนมีธุรกิจพันล้าน มีเงินเป็นร้อยล้าน
ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ ที่จะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งใหสำเร็จ
แล้วรู้สึกว่า คนเรา มีทุกอย่างอยู่ในมือของเราเอง
หากแต่จะไขว่คว้าไหม จะพยายามไหม
นี่แหละคือความแตกต่าง
สักวัน ฉันจะต้องไปให้ถึงจุดนั้น ...

ขอลงเพลงนี้อีกทีละกันครับ