การเดินทางตามหาส่วนนึงของชีวิต
บางครั้ง คำตอบ เหมือนเจอ
แต่ก็ไม่ใช่คำตอบของเขา
คำตอบที่ใช่เพียงเรา
มันก็เท่ากับไม่ใช่นั่นแหละ
วันนี้เป็นวันที่ 13 ของเดือนที่ 2
ผมเดินมองไปยังถนนใหญ่ ที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
มินิคอนเสิร์ต จากค่ายเพลงค่ายนึง
พึ่งจบไปจากพื้นที่สี่เหลี่ยมใต้ลานกว้างของพารากอน
ผู้คนทยอยกันเดินออกจากบริเวณนั้น
บ้างมาเป็นกลุ่ม บ้างมาเป็นคู่
เหล่าศิลปินแยกย้ายกันไป คนงานกำลังเก็บเวที
จนค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอีกครั้ง
ผมเดินล้วงกระเป๋า ผ่านสายลมที่พัดแรง
ค่อยๆก้าวช้าๆ ด้วยความอยากสัมผัสกับลมแรงๆนั้น
ท้องฟ้าค่ำคืนนี้ ใส่กระจ่าง
แม้จะไม่มีลมหนาว เพราะย่างสู่กลางเดือนกุมพาแล้ว
แต่ลมแรงๆที่กระทบผิว
ก็ยังทำให้ร่างนี้เย็นยะเยือกได้ในบางครั้ง
ผมเดินผ่านประตูกระจก ขึ้นบันไดเลื่อน
เข้าไปยังชั้นสามของสยามเซนเตอร์
หญิงสาวที่เดินผ่านมาสองคน
มองมาแล้วก็มองเลยผ่านไป
ผมยังคงเดินช้าๆ ค่อยๆ มองผู้คนที่ผ่านไปมา
บางคนเข้าไปร้านดอกไม้
สั่งจองดอกไม้สำหรับวันพรุ่งนี้
บางคนก็ซื้อเสื้อสวยๆ
บางคนดูสร้อยคอ แหวน
คงหวังจะขอแต่งงานในวันพรุ่งนี้มั้ง
บริเวณม้านั่งข้างๆ กับห้องกระจก
ของรายการวิทยุแห่งนึง
ยังคงมีสาวๆ มายืนออกัน
หน้าร้านเสต๊กชื่อดังแห่งนั้น ก็ยังคงมีคนต่อคิวรอ
ผมเดินผ่านไปจนถึงทางเชื่อม
หญิงสาวชายหนุ่มคู่หนึ่ง กำลังทะเลาะกันอยู่
เธอสะบัดหน้า โยนดอกไม้ช่อหนึ่งใส่หน้าชายหนุ่ม
แล้ววิ่งไป
ชายหนุ่มยืนนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
แล้วก็กลับหลังหันเดินจากไป
พร้อมกับทิ้งช่อดอกไม้นั่นลงไปในถัง
ผมก้มมองในถังนั้น
ช่อดอกไม้ยังคงสวยดี
กุหลาบสีแดง ดอกนึงคงไม่ต่ำกว่าสามสิบบาท
ช่อนี้มีมากกว่าสี่สิบดอก
จริงๆแล้ว ดอกไม้ งดงามและมีคุณค่า
หากแต่มันคงไม่มีความหมาย
เมื่อมันไม่ได้มีค่ากับเขาหรือเธอจริงๆ
เป็นเพียงสิ่งที่ส่งให้ ตามเทศกาล
ผมหยิบขึ้นมา แกะซองออกดู
ในใจความนั้นมีคำว่าขอโทษ ที่ไม่อาจจะมาเจอวันพรุ่งนี้ได้
ด้วยธุระจำเป็นจริงๆ ขอให้เข้าใจ
รักเสมอ
ผมมองตามหลังชายหนุ่มคนนั้นที่หายลับไป
หญิงสาวกลับเป็นฝ่ายเดินกลับมา มองที่ผมแบบงงๆ
ผมจึงหยิบช่อดอกไม้ส่งให้เขา พร้อมกับซองจดหมาย
ยิมเล็กๆให้เธอ
"ผมไม่รู้ว่าเขาซื้อดอกไม้ช่อนี้ ยากหรือง่ายแค่ไหน"
"แต่จากใจความในจดหมาย เค้าน่าจะตั้งใจกับมันน่าดู"
ผมยืนมองเธออ่านข้อความในจดหมายนั้น น้ำตาเธอเริ่มไหล
"ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญสำหรับความรัก แล้ววันนี้ ความรักของคุณกับเขา
ไม่สำคัญหรืออย่างไร"
ผมพูดจบ น้ำตาเธอไหลมากขึ้นไปอีก
ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าสงให้เธอ
"คุณรอก่อนละกัน ตรงนี้แหละ "
เธอมองหน้าผมแบบสงสัย ผมหันหลังให้เธอแล้วออกวิ่ง
ผมไม่รู้ว่าเขาจะไปไหนหรอก แต่น่าจะไม่ไกลมาก
ผมมองผ่านเอเชียบุ๊ค เข้าไปด้านใน เห็นเขากำลังลงบันไดเลื่อน
ผมจึงรีบวิ่งตามลงไป
"คุณ คุณ" ผมตะโกนเรียกแต่เขาไม่รู้หรอก
ผมวิ่งตามจนทัน เพราะเขาดูจะเดินข้ามากเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ผมสะกิดเรียกเขาจากด้านหลัง เขาหันมา
"อะไรหรือครับ"
เขาถาม
"มีผู้หญิงถือช่อดอกไม้ยืนอยู่ตรงทางเชื่อม.."
เขาทำหน้างงมากขึ้น แต่แววตาก็เหมือนฉุกคิดอะไรบางอย่าง
"คุณกลับขึ้นไปเถอะนะ เธอรออยู่"
ผมหอบ เขามองผมอีกที
"แล้วคุณเป็นใครหรือครับ รู้จักเธอได้ยังไง แล้วรู้ได้ยังไงว่าเธอรอผม"
เขาถามแต่ดูร้อนรนขึ้นมาทันที
"ผมเห็นตอนคุณทะเลาะกัน แล้วเธอเดินกลับมา
ผมเลยไปหยิบดอกไม้จากในถังส่งให้เธอ"
พอเขาได้ยิน เขาเลยรีบวิ่งกลับขึ้นไปทันที ไม่ได้กล่าวอะไรกับผมอีก
ผมยืนหอบสักพัก ก็สูดลมหายใจลึกๆ
มองตามเขาขึ้นไป ก่อนจะเบือนสายตา
ผมอยู่ที่ชั้น 3 และกำลังเดินออกจากสยามดิสคัฟเวอรี่
ไปยังทางเชื่อม เพื่อไปมาบุญครอง
แสงไฟยังคงส่องประกายระยิบระยับ
ต่อจากเทศกาลปีใหม่ก็จะมีเทศกาลของวันแห่งความรักนี้
ที่ทำให้ไฟสีต่างๆ ยังคงส่องแสงประกายเจิดจ้าอยู่...
ผมเดินไปจนถึงกลางทางระหว่างมาบุญครองกับสยาม
ลมที่นั่นก็แรงดี
ผมยืนรับลม เอนหลังพิงขอบทาง
มองผ่านไปยังถนน ที่เต็มไปด้วยรถรา
แสงไฟของรถทอดยาว ฝั่งนึงสีแดงส้ม
อีกฝั่งสีขาว...
ใกล้เวลาแล้วสินะ..
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เวลากำลังจะสองทุ่ม
สิ่งที่ผมกำลังรอ
ผมหยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมาดู
มันเป็นจี๊รูปหัวใจสีเงิน ล้อมเพชร เม็ดเล็กๆ
ตรงกลางเป็นเพรชรูปหัวใจ
กับสร้อยสีขาว
ผมมองมันแล้วยิ้ม สูดหายใจลึกๆ
ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ แหงนมองไปบนฟ้าอีกครั้ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ผมหยิบขึ้นมามอง เป็นชื่อของเพื่อนคนนึง
ผมรับสาย เสียงมันลอยมาตามสาย
ชวนไปเที่ยวที่สถานเริงรมณ์แห่งหนึ่ง
ผมปฎิเสธมัน บอกไปว่าไม่ว่าง
มันแซวผม ถึงเรื่องนึง ผมหัวเราะ หึหึ
เหมือนปลงได้กับอะไรบางอย่าง
พอมันวางไป ผมดูนาฬิกา ประมาณสองทุ่มสิบนาที
ผมจึงเดินขึ้นไปยังโตคิว เพราะชักรู้สึกว่าหิวน้ำ
ขึ้นไปจนถึงชั้น 4 ผมสอดสายตาหาตู้น้ำอัดลมยี่ห้อนึง
ผมซื้อน้ำอัดลมไม่ผสมน้ำตาลมาหนึ่งกระป๋อง
จ่ายเงินที่แคชเชียร์ แต่ขณะที่กำลังจะเดินออกมา
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น..
สายที่ผมรอคอย ผมรับมันด้วยใจที่เต้นรัว
"สวัสดีครับ"
"สวัสดี เราเองนะ" เสียงสั่นๆ ดังมาตามสาย
"อือ" ผมรับคำไป แล้วหยุดนิ่งรอ รออะไรบางอย่าง
"..." เธอเงียบเหมือนกัน ผมก็เงียบ
"เรา.. เราขอโทด" เสียงเธอเครือๆ มา
"อือ" ผมรับคำ
"เขาขาดเราไปไม่ได้ เขาไม่มีเราไม่ได้จริงๆ" เธอเริ่มร้องไห้
"อือ" ผมยังคงรับด้วยคำเดิมห้มหน้าลงมองไปยังพื้นกระเบื้องข้างหน้า
ไร้จุดหมาย..
"เรา.. เรา มีความสุขกับเธอนานแล้ว แต่เราต้องดูแลเขา
ถึงจะลำบาก แต่ก็เหมือนการชดใช้กรรมทีเราจากเธอไปตอนนั้น"
เธอร้องไห้ เสียงเธอเริ่มไม่ประติดประต่อ
"เรา.. ขอบใจ.. ที่เธออยู่กับเรา เสมอ..
แต่เรา... รักเขา.. "
"อือ ผมตอบกลับไปด้วยคำเดิม ไม่ใช่โกรธ
แต่มันพูดอะไรไม่ออก
"เธอ.. ไม่เป็นไรนะ" เธอถามด้วยความห่วงจริงๆ
"ไม่เป็นไร" ผมพูดประโยคอื่นครั้งแรก
"เราไม่เป็นไร เราเข้าใจ"
"ขอบใจนะ..." เธอตอบ เสียงเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังสะอื้น
"อือ เราไม่เป็นไร เธออย่าร้องไห้นะ" ผมบอกเธอ
"ค่ะ งั้นเราไปก่อนนะ "เสียงเธอเบาลง
"ครับ บะบายนะ" ผมตอบเธอ..
ผมวางหู เปิดกระป๋องน้ำอัดลม
กรอกมันใส่ปาก แล้วก็เดินออกจากห้างแห่งนั้น
ผมเดินจนถึงลานกว้าง ที่เดิมที่ผมเดินมา..
ลมยังคงพัดแรง
ผมหยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
มองหัวใจของผม.. ที่ใส่ลงไปกับจี้และสร้อยเส้นนี้
"แกเป็นของเขา ไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นของเขา"
"ฉันจะให้แกกับเขา ถึงเขาจะไม่รักฉันก็ตามแต่"
"เพราะแกคือของของเขา ตั้งแต่ที่ฉัน ใส่ใจ เลือกแกมา"
"สำหรับเขาเท่านั้น"
ผมเก็บมัน พับลงใส่กระเป๋า
เดินไปพร้อมกับเทกระป๋องน้ำอัดลม
ให้หกลากเป็นเส้น เป็นทางไปเรื่อยๆ จนหมด
ก่อนจะเอาไปทิ้งใส่ถังแล้วพาตัวเองหายไปกับฝูงชน
บนสยามพารากอน
ไม่ว่าอนาคตฉันจะรักใคร
ของที่ฉันอยากซื้อให้เขา ก็คือของของเขา
เหมือนสร้อยเส้นนี้ที่เป็นของของเธอ
มันก็จะไม่มีวันเป็นของของใครไปตลอดกาล...
