วันนี้ตาสว่าง
ไม่ค่อยง่วงนอนเท่าไหร่
ตั้งแต่เช้าตื่นมาก็ลงมาคุยกับคุณแม่
แล้วก้นั่งทำงานไปเรื่อยๆ
ทำได้ไม่เยอะมากแหะ
ก็ส่วนนึงมาจากความขี้เกียจ (555)
หลับแล้วตื่นแล้ว ทำสักพักก็ไปนอนอีก
มันเปนไรหว่า ตัวขี้เกียจสิง
ลงมารอบสองทำไปจนสักบ่ายสามขึ้นไปงีบ
มันรู้สึกดีขึ้นแหระ หลับไปได้ครึ่งชม
มีแรงขึ้นมางั้นลงมานั่งทำได้เยอะหน่อย
พอทำๆ ไปเพื่อนที่อยู่ยุดยาโทรมา
บอกว่ามาธุระที่ราม
จะเข้ามาหาที่บ้าน
มันก็มากับเพื่อนอีกคน ไปกินอาหารญี่ปุ่นแถวบ้าน
เป็นซูชิแบบบุฟเฟ่
หัวละ 189 บาท
รสชาดก็ดีนะครับ อรอ่ยใช้ไดเลยล่ะ
แต่เสียตรงนานนนนนนมากกกกกกก
กว่าจะมาแต่ละชุด
เจ้าของเขาก็มาขอโทษ
บอกว่า วันนี้คนเยอะมากมาพร้อมๆกัน
คือแหม ไอ้เหนคนเยอะก็เข้าใจ
แต่คุณจัดโต๊ะไว้เกือบสิบโต๊ะ
คนนั่งหกโต๊ะ แล้วเสิร์ฟไม่ทัน
มันถือว่าไม่ดีนะครับเนี่ยะ
แต่ยังดีที่โต๊ะข้างๆน่ารักมากมาย
นั่งสี่คนอ่ะ อิอิ
น่ารักดีจริงๆ นั่งมองเพลินเลย
ก็นะครับ แค่มองเฉยๆ มองหน้านะ ไม่ได้คิดไกล
แต่งหน้าเยอะเหมือนกันนะ
เอาน่า อย่าไปว่าเขา
ดูแล้วเพลินก็ดีละ
นั่งกินไปสักพักก็ไม่ไหว
อาหารรอนาน ไม่ค่อยได้กิน
ถึงอร่อยก็เหอะ
เลยตกลงใจกัน
บะบายส์ๆ ไปหาข้าวมันไก่กินดีกว่า
พอกินเสร็จกลับมาถึงก็เปิดเครื่องเกมให้เพื่อนลองกัน
อยากจะซื้อแต่อยากมาลองก่อนน่ะครับ
ก่อนจะไปยืนหน้าบ้าน ส่งมันกลับอยุธยา
แล้วมานั่งทำงานนี่แหระ
วันนี้ก็ยังยุ่งๆกับงานล่ะครับ
เพราะยังไม่ได้ตามเป้าเลย
ชักไม่บายใจแหะ
เด๋วไม่ได้เงินสิ้นเดือนตามต้องการจะยุ่ง
อารมณ์หัวใจยังไม่มีอะไรเปลี่ยน
ไม่มีใครสักคนมั้ง เทียบกับช่วงก่อน
มีคนนั่น คนนี้ คนโน้น
สุดท้ายตัวเองก็เหมือนจะตัดๆ ให้จบๆ
ความสัมพันธ์มันไม่ได้เริ่ม
ก็เลยไม่รู้จะไปสานต่ออะไร
กับบางคนที่บอกไปว่าชอบ
ก็ไม่ได้สานต่ออะไร
เพราะยังไงก็ไมได้ชอบเรา
จะไปกวนใจ ไปสร้างอะไรให้เขาไม่สบายใจ
เพื่ออะไรล่ะ ชิมิ
แฮปปี้ๆ อยู่กับตัวเอง
อาจจะเหงา จะเศร้า ไม่มีคนปลอบใจบ้าง
แต่มันก้ต้องผ่านไปได้แหละน่า
ชิมิ

ยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่ถึงง่ายๆหรอก