เมื่อวานจะอัพ แต่อัพไม่ออกครับ
ความรู้สึกมันชาๆ มึนๆ
อึ้งๆ ไปพอสมควร
หลายอย่างหลายประการที่มันเกิดขึ้น
จริงๆเรื่องก็แค่เรื่องเดียวล่ะครับ
แต่มันต้องเกี่ยวพันหลายอย่าง
สรุปกระเฉดต้องตัดขาครับ
ก็คือเมื่อวานไปถึงทาง รพ ก็ยืนยันมา
ว่าตอนนี้ขาเริ่มบวมน้ำ
หมอกำลังให้ยาขับน้ำ และตรวจค่าไต
แต่คาดว่า ต้องตัดขา
พร้อมกับบอกว่าตอนนี้งบที่ให้ไว้เกินไปแล้วพันนึง
ก็ต้องหามาวางมัดจำเพิ่ม
สรุปก็อึ้งไปสองเรื่องก็คือเราต้องหาเงินด่วน
มาให้กับรพ เขาไว้ก้อนนึง
กับเรื่องเสียใจว่า หากมันต้องถูกตัดขา
หาเงินไม่ใช่จะง่ายหรอกครับ ช่วงนี้
สิ้นเดือน แถมเป็นเมษา ที่มีวันหยุดยาว
ก็เป็นบุญเสมอ ที่มีเพื่อนดีๆ
ที่ช่วยเราแก้ปัญหาได้
โทรถามไปสองสามคน ก็ไม่มีเราก็เข้าใจ
คนนี้เองก็ไม่มี แต่เขาไปถามที่บ้านให้
ได้มา 2000 ก็ต้องไปเอาที่บ้านเขา
แต่ต้องคืนเร็วหน่อยคือสิ้นเดือน
เราก็มารพ ก็มัดจำเพิ่ม ทางรพถามว่า มีสักสองพันไหม
ก็มีพอดีก็จ่ายไป
สรุปค่าใช้จ่ายถึงเมื่อวานคือ 3000 บาท นี่คือลดแล้ว 10%
เหลือเกินไว้ 1000
กลับมาถึงบ้านก็ต้องคิดรายละเอียด
ว่าจะทำไงดี
เพราะเดือนหน้าได้เงินมา
ประมาณการไว้ขั้นต่ำสุด คือ 28000
มากสุดคือ 32000
ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ยอดไหน แต่แค่นั้น
พอมาคิดว่าหากต้องใช้จ่ายเกี่ยวกับกระเฉด
ก็น่าจะสักสองสามพัน
คืนเพื่อนอีกสองพัน
แล้วมีเรื่องของตั๋วจำนำ ของแม่ ทีต้องไปต่อดอกอีกพันเก้า
ที่เป็นรายจ่ายที่ไม่ได้ประจำ
รวมกับรายจ่ายปกติ กับหนี้สิน
ก็ไม่พอ
แถมยังต้องจ่ายค่าเทอมอีก
ก็คิดแหละครับ หาทางแก้
ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรใช้สติมากหน่อย
ก็ไม่ยากที่จะคิดหาทางออก
ก็มองเห็นทางหลายทาง ค่อยๆใส่ ค่อยๆแก้ไป
มันก็พอจะออกมาได้
คิดเผื่อไว้ข้างหน้าด้วย
หาทางลดภาระแต่ละเดือนลง
จากที่ทำสองหมื่นแปด สองหมื่นเก้าสามหมื่น
เหลือพันห้าพันหก
ให้มันเหลือมากกว่านั้นได้ไหม
ก็คิดออกมาได้ ก็ลองดูว่าน่าจะได้
แต่...
เหนื่อยใจ
มึน ชา ชา
มันรู้สึกว่า
เราพยายามทำเยอะมาก
เราใช้เงินเดือนละพันนิดๆ
กินข้าว หุงข้าวเอง
ซื้อแกงถุงสองถุง
กินไปวันกว่าๆ สองวัน
ค่ารถ ค่าราไม่มี
ขี่มอไซด์เติมรอ้ยนึงอยู่ประมาณสามวัน
มันก็กัดฟันสุดๆแล้ว
ทำไมมันเหมือนไม่ดีขึ้นเลย
ถามว่าดีขึ้นไหม
อีกประมาณสี่เดือน ก็จะหลุดไปอีกหนึ่งใบ
แล้วก็หกเดือนก็อีกหนึ่งใบ
มันก็น่าจะดีขึ้น ดีขึ้นมาเยอะแล้วจากติดลบเดือนละสี่ห้าพัน
กลายเป็น + พันกว่าๆ
นี่ก็ถือว่าดีขึ้นแล้วจริงๆนะ จากการประหยัดกับจ่ายของเราไป
แต่พอมีเรื่อง
มันก็ทำให้เราต้องหันไปหาเงินพวกนี้อีก
ที่ต้องไปกู้ ถึงจะในระบบ
แต่ดอกมันก็ใช่ว่าจะน้อย
ก็เป็นหนี้เพิ่มอีก
มันเป็นเพราะเราตึงเกินไป
ปริ่มน้ำเกิน
ถามว่าคิดหาทางไหม
นี่ก็คิดแล้วล่ะ หาทางแก้ไขแล้ว
ยอมต้องหาเงินก้อนใหญ่ แต่ระยะยาว อาจจะสามปี
มาใช้จ่ายเรื่องเรียนส่วนนึง กระเฉดส่วนนึง
จากนั้นก็จ่ายพวกเล้กๆ ที่เป็นก้อนย่อยๆ
เพื่อให้รายจ่ายหนี้สินแต่ละเดือนลดลง
แต่เหนื่อยใจนะ มันเท่ากับเรายืดหนี้ให้ยาวขึ้น
กัดฟันไปจะไหวไหม
แต่ถ้าเจอแบบนี้อีกล่ะ
เราไม่มีอะไรไปรับมือเลยนะ
เครียดมากอยากร้องไห้
อยากรู้ว่าเราทำมากมาย คนทำงานอยู่กับบ้าน
หาเงินขนาดนี้ใช่ว่าจะน้อย
ใช้เวลาก็เท่าที่มีในการทำงาน
ผลออกมาดี
แต่สิ่งไม่คาดฝันมันเยอะจริงๆ
เหนื่อยอยากมีคนมานั่งให้เราหนุนตัก
ลูบผมเรา บอกให้เราหลับ
แต่ก็นะ
ไม่มีหรอก
แค่มีเพื่อนคุยแล้วปลอบ
ก็บุญล่ะจ้ะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน
วันนี้กลับมาตั้งใจทำงานให้ดี
พรุ่งนี้ เดินทางต่อไป