Song Series: บทที่30 เจ็บมั่งอะไรมั่ง 

 

ฝนที่ตกลงมาเปียกปอนเฉอะแฉะ

มันก็ทำให้ฉันรำคาญบ้างในบางครั้ง

แต่ว่า.. ฉันก็รู้นะ ว่าฝน

คือสิ่งที่ช่วยให้ต้นไม้ได้รับความชุ่มฉ่ำ

และบางครั้ง ฝนก็ชำละล้างเอาความสกปรกออกไปจนหมดสิ้น...

 

"กิ๊บ รอด้วย กิ๊บ" ฉันตะโกนพร้อมกับวิ่งถือกระเป๋าใบโต

คงเพราะกระเป๋าของฉันมันใหญ่ไป

พอมันกระทบถูกขาในจังหวะหนึ่ง

ฉันก็สะดุดเซจนเกือบจะล้มถ้าไม่มี..

อ้อมแขนของใครคนนึงที่ถลาเข้ามาประคองทัน

 

"อุ้ยขอโทษค่ะ" ฉันยงไม่ทันมองหน้า

พอตั้งตัวได้ก็รีบขอโทษเขาทันที

"ไม่เป็นไรครับ" เสียงนุ่มๆ ของเขาดังขึ้น ฟังแล้วมันอบอุ่นหัวใจมากมาย

ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบคิ้วสีดำเข้มๆ

หน้าเรียวยาว จมูกโด่งในแบบลูกครึ่ง

รอยยิ้มจากริมฝีปากบางๆ ทำให้ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

เขายิ้มให้ฉัน ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ฉันแทบจะเดินตามเขาไปเลย

ถ้ายัยกิ๊บไม่มาดึงแขนฉันไว้ก่อน

"แก เฮ้ย แก ตาค้างเชียวนะเว้ย"

ยัยกิ๊บแซวฉัน เล่นเอาฉันรู้สึกตัวว่าตัวเองมองเขาไปขนาดไหน

"บ้า แกนี" ฉันตีมือมันหน้าแดง

เหลือบมองไปทางที่เขาเดินไปอีกครั้ง

ก่อนจะหันหลังเดินตามเพื่อนเพื่อกลับบ้าน

 

"กวี กวี" ฉันพึมพัมชื่อเขา

"ใช่ พี่เขาชื่อกวี อยู่ ม.5 สายศิลป์ อย่างเก่งเชียวนะแก" ยัยกิ๊บรายงาน

"เป็นตัวแทนโรงเรียน ไปอ่านร้อยแก้วประกวด

ได้รางวัลรองระดับประเทศเว้ย"

ฉันนึกภาพเขาที่ยืนอยู่ต่อหน้าฉันอีกครั้ง

ผู้ชายที่หยุดโลกของฉัน ผู้ชายที่ทำให้ฉันมองเห็นอะไรนอกไปจากหนังสือ

เขาช่างต่างจากฉันราวกับอยู่คนละโลกจริงๆ

 

ฉันแทบจะลืมเรื่องเขาไปแล้ว เพราะตัวเองต้องอ่านหนังสือหนัก

นี่ก็จะสอบกลางภาคแล้ว ฉันคงมัวแต่ฝันหวาน

ถึงใครคนนึงโดยไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ได้

เดือน 7 ฝนกำลังตกหนัก

ฉันมักจะใช้เวลาอยู่ในห้องเรียน ไม่ก็ห้องสมุด

วันนี้ก็เช่นกัน

ฝนตกปรอยๆ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็หลบฝน

อยู่ใต้ตึกบ้าง อยู่ในห้องเรียนบ้าง

ส่วนฉันเองก็มานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุด

มียัยกิ๊บ นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ตรงข้าม

เพื่อนซี้ฉัน มันหัวเราะคิกๆ

ฉันเองก็ชิน แต่ก็กลัวว่าอาจารย์จะว่ามันก็เลยเงยหน้าขึ้นไป

ว่าจะบอกเตือนมันสักหน่อย

แต่มันกลับเงียบไปเองแถมทำตาค้าง

กิ๊บมองผ่านด้านหลังฉันเหมือนเห็นผี

ฉันจึงหันไปมองบ้าง

 

"ขอนั่งด้วยคนนะครับ" เสียงนุ่มๆ ที่ฉันจำได้สนิทใจ

ใบหน้าคมๆ คิ้วเข้มๆ ของเขาปรากฏขึ้นข้างๆฉัน

เขายิ้ม แล้วก็ดึงเก้าอี้ออก ก่อนจะหย่อนตัวลง

ยัยกิ๊บยังคงอึ้ง

ส่วนฉันนะหรือ ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก

มันดีใจหรือไม่ดีใจฉันก็ไม่เข้าใจตัวเอง

รู้แต่มันอึ้งไปหมด

 

วันนั้นฉันกับยัยกิ๊บ กลับบ้านพร้อมกับพี่เขา

พี่เขาถือร่ม และเดินไปพร้อมกับพวกเรา

ยัยกิ๊บเงียบกริบ

ส่วนฉันก็คุยกับเขาแบบที่ไม่เคยคุยกับใครมาก่อน

มันเหมือนโลกทั้งโลกนี้สดใส

ฝนตก แต่มันแสนวิเศษไปเลย

 

คืนนั้นฉันเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

พี่เขาขอเบอร์ฉันไป

พร้อมกับสัญญาว่าจะโทรมาหา

พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันก็ดีใจ

"สวัสดีครับ"

"ค่ะ"

ฉันไม่รู้ว่าคุยอะไรไปบ้าง

ฉันเล่าเรื่องนั้น เรื่องนี้

เหมือนโลกใบนี้จะสดใสไปหมด

 

วันต่อมาฉันไปถึงที่โรงเรียนพร้อมกับกระเป๋าใบโต้

แต่ที่โตกว่ากระเป๋า คือหัวใจที่พองคนคับแน่นอกไปหมด

ฉันจะได้เจอเขาแล้ว

ฉันจะได้คุยกับเค้า

วันนี้เราจะไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารด้วยกัน

พี่ที่แสนดี พี่ที่จะเป็นประธานนักเรียน

ฉันเจอยัยกิ๊บ ฉันยิ้มแล้วเธอก็ยิ้มให้

ฉันเล่าเรื่องเมื่อคืนให้กิ๊บฟัง

มันอาจจะเบื่อ แต่มันก็ยิ้มและเห็นดีกับฉันด้วย

 

ฉันยืนเข้าแถวหน้าโรงเรียนตอนเช้า

แล้วก็ตกใจ เพราะว่าวันนี้พี่เขาอ่านกวีบนหน้าเสาธง

ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงที่ไพเราะ

จนตัวเองหลุดลอยไปไหนต่อไหน

ตอนเที่ยง ฉันชวนกิ๊บไปกินข้าวด้วยกัน

แต่ยัยกิ๊บปฏิเสธ

"ฉันไม่เป็นกขค แกหรอก แกไปเหอะ"

ฉันมองหน้ามันเหมือนค้นหาคำตอบ

เพราะมันกินข้าวกับฉันประจำ

แต่มันก็ยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็นไร พี่เค้าจะรอ

ทำให้ฉันต้องเดินไปคนเดียว

แต่ฉันก็ดีใจ เพราะรู้ว่ามันหวังดีและก็รักฉันมาก

เอาน่ะ ไม่ใช่ว่าพี่เขาจะชวนซะทุกวันที่ไหน

 

แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฉันคิด

พี่เขาชวนฉันไปทุกเที่ยง

และตอนเย็นก็ตามไปส่งตลอด

ส่วนยัยกิ๊บ ก็เริ่มห่างๆจากฉันไป

ทีแรกฉันก็ไม่สบายใจ

แต่เวลาอยู่กับพี่กวี ฉันมีความสุข และก็อยากจะอยู่แบบนั้นนานๆ

ฉันเริ่มชินกับการที่จะกลับกับเขา

เดินไปกินข้าวด้วยกัน

ก็ดีนะถ้าไม่มีเสียงนินทาจากผู้หญิงอื่น

แต่ฉันไม่คิดมากอะไร ก็แค่คนขี้อิจฉา

 

"เฮ้ยกิ๊บ แกเป็นอะไรวะ" ฉันถามมัน เมื่อวันนึงที่เจอแล้วมันหลบหน้า

"ป่าว แกล่ะเป็นไง ไปกับพี่เขาดีไหม" มันถามกลับ

"อือ ก็ดี แต่เฮ้ย แก ฉันก็ไปไหนมาไหนกับแกได้นะเว้ย พี่เค้าไม่ถือหรอก"

ฉันบอกเพราะฉันมั่นใจว่าพี่กวีเป็นคนใจกว้างและเข้าใจพอ

"บ้า แก ให้ฉันไปดูแกสวีทกับพี่เขาอะนะ แกไปเหอะ ฉันไม่เป็นไร"

มันท้วง ฉันก็เริ่มไม่พอใจ

"อะไรวะกิ๊บ หรือว่าแกอิจฉา แกก็รีบๆมีแฟนสิวะ จะได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน"

ฉันบอกมัน ยิ้มเยาะๆ เพราะคิดว่ามันคงอิจฉาจริงๆ

แต่มันกลับทำหน้าเศร้าๆ

"ไม่หรอกว่ะ ฉันไม่คิดจะมีแฟนหรอก แกไปกับพี่เขาเหอะ"

มันพูดจบแล้วก็เดินกลับหลังหันไป ฉันเองได้ยินแล้วฉันก็รู้สึกไม่พอใจ

เพื่อนกัน ทำไมต้องมาอิจฉากันแบบนี้ด้วย

 

"พี่ ฉันไม่ชอบเลยอ่ะ ทำไมคนอื่นต้องคิดกันแบบนี้"

ฉันถามพี่กวี ในตอนเย็น ฉันยังติดใจเรื่องกิ๊บไม่หาย

"ทำไมหรือ มีอะไรครับ"

พี่มองหน้าฉันเอามือลูบผมเบาๆ

"ก็ยัยกิ๊บอ่ะสิพี่ จู่ๆ ก็มาทำอิจฉา ไม่อยากเดินกับเรางั้นแหละ"

ฉันทำหน้ากระเง้ากระงอด

"เขาคงแค่ไม่อยากมากวเนเราน่ะครับ"

พี่ตอบ ฉันก็พยักหน้ารับ แต่ในใจยังติดดอะไรบางอย่างอยู่

 

ฉันแทบไม่ได้คุยกับกิ๊บเลย

แม้ว่าเราจะเจอกัน ก็พูดกันน้อยลง

กิ๊บเหมือนจะมีอะไรจะคุย แต่เธอก็ถอยห่างไป

ฉันเองก็รู้สึกมีทิฐิ

แต่ที่ฉันแปลกใจ คือพี่กวี

เริ่มห่างจากฉันไปเหมือนกัน

จากที่มากินข้าวกันทุกวัน กลับกลายเป็นไม่ค่อยมีเวลา

อ้างงานโรงเรียนบ้าง

ไม่ได้ส่งฉันกลับเหมือนเมื่อก่อน

ฉันเลยเหมือนเหลือตัวคนเดียว

เดือนสิงหา ผ่านไปจนถึงปลายกันยา

ฝนยังตกอยู่ แม้จะไม่หนักนัก

ฉันเบื่อที่จะอยู่ในห้องสมุดอีก

จะสอบปลายภาคแล้ว แต่ฉันไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย

พี่กวีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ฉันไม่รู้ว่าจะไปคุยกับใครดี จะไปคุยกับกิ๊บ

ฉันเองก็ไม่กล้า ก็ฉันเป็นคนห่างเขาออกมาเอง

 

ฉันเดินลงมาจากด้านบนตึก ตั้งใจจะเดินไปหน้าตึก

ฝนไม่หนักมาก แค่ปรอยๆ

ฉันเดินผ่านไปจนถึงตัวอาคารด้านนอกฝนก็ตกซู่ลงมาอย่างหนัก

จนทำให้ไปต่อไม่ได้ ต้องหลบอยู่หลังชายคา

ฉันหันมองไปเห็นร่างหนึ่ง ยืนหลบฝนอยู่ เธอหันหลังให้

แต่ฉันก็ยังจำได้

กิ๊บนั่นเอง ฉันดีใจ ตอนนี้ฉันไม่คิดถึงเรื่องก่อนนี้อีกแล้ว

ฉันอยากคุยกับกิ๊บ อยากเดินกลับบ้านด้วยกันอีกเหมือนเมื่อก่อน

ฉันเดินย่องไปด้านหลังตั้งใจจะทำให้เธอตกใจ

แต่ว่ากลับผิดสังเกตุ เธอกำลังคุยโทรศัทพ์อยู่

เสียงสะอื้นทำให้ฉันต้องหยุด

 

"พี่ พี่โกหกกิ๊บนี่ ไหนพี่จะดูแลเพื่อนกิ๊บไง"

ฉันนิ่ง มันหมายถึงใครกัน.. พี่ เพื่อน..

"ไม่ ฉันบอกพี่ตั้งแต่วันนั้นแล้ว ต่อให้ฉันชอบพี่แค่ไหน"

"ฉันก็รักพี่ไม่ได้ เพราะฉันรักเพื่อนฉัน"

ฉันยืนเหมือนถูกอะไรบางอย่างตอกตรึงไว้ตรงนั้น

สุดท้าย ฉัน.. ถูกหลอกมาตลอดงั้นหรือ

ถูกเพื่อนหลอก ถูกคนที่รักหลอก

ไม่สิ ฉัน ฉันหลอกตัวเองมาตลอดงั้นหรือ..

 

กิ๊บหันมาเห็นฉันแล้ว

เธอเรียกชื่อฉัน ทำหน้าตกใจ

ฉันกลับไม่กล้ามองหน้าเธอ ที่ผ่านมาฉันเป็นคนผิด

ผิดทั้งหมด

ฉันวิ่งฝ่าฝนออกไปไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

ฝนกระหน่ำลงบนตัวฉัน ฉันวิ่งไปจนถึงร้านขายน้ำในโรงเรียน

 

"เราขอโทด..."

เสียงนึงดังขึ้นมา ฉันหันไปมอง

กิ๊บนั่นเอง เธอเปียกโชกไม่น้อยไปกว่าฉันเลย

ฉันมองหน้ากิ๊บ น้ำตาของเธอไหลพรั่งพรูปะปนกับคราบน้ำฝนที่ไหลมาจากปอยผม

"เราก็ขอโทด" ฉันร้องไห้โฮ

เราสองคนกอดกันแน่น ฉันไม่เคยรู้สึกเสียใจขนาดนี้มาก่อน

เสียงร้องไห้ของเราอาจจะดังสู้สายฝนไม่ได้

แต่ความรู้สึกที่ออกมารุนแรงไม่แพ้กับฝนที่ตกกระทบพื้น

 

ฉันมองหน้ากิ๊บ เหมือนเธอจะพูดอะไร

ฉันเอามือปิดปากกิ๊บ

"ไม่ต้องหรอกช่างมันเถอะ"

เราสองคนเดินจับมือกัน ฝ่าฝนไปแบบช้าๆ

ให้หยาดฝนมันตกกระทบตัว ให้มันล้างความรู้สึกไม่ดีออกไป

"แกเสียใจไหมว่ะ" ฉันถาม

"อื้อ แล้วแกล่ะ" มันถามกลับ

"ก็เสียใจ แต่ก็ดีว่ะ ได้เจ็บบ้าง ดีกว่าไม่เคย" ฉันหัวเราะ

"เออ ก็จริงเนอะ ถ้าไม่กล้า แล้วจะรู้จักช้ำได้ไง"

พอพูดจบมันก็หัวเราะ

ฝนอาจจะหนักมาก อาจจะกระทบแรงจนเจ็บ

แต่มันก็ล้างให้ใจของเราสองคน สะอาดสดใสขึ้น

เพื่อจะก้าวต่อไปอีกครั้ง แม้มันจะเจ็บ แต่ก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

"เจ็บดูซะมั่ง อะไรซักมั่ง สักครั้งให้พอได้จำจนตาย"

"ได้เจ็บลึกๆ ได้ฝึกทำใจ หัดลืมคนที่ใจดำ"

"เจ็บดูซะมั่ง ให้มันร้องไห้ เสียใจกับในทุกความทรงจำ"

"มีเรื่องให้คิด มีสิทธิ์ให้ช้ำ ดีกว่าไม่มีเรื่องให้ทำ ใช่ไหม"

Song Series บทที่30 เจ็บมั่งอะไรมั่ง

 

   

Posted on Tue 13 May 2008 23:09

 

 

cool
Ray-g : Three Kings and The Babe rayg.diaryclub.com   
Wed 14 May 2008 2:26 [3]

สุดท้ายก็เพื่อนเรา


แต่นะ เจ็บแล้วมันเสียเวลา
ไม่เจ็บเลยอ่ะดี (ไม่รักเลย)
iamly   
Tue 13 May 2008 23:28 [2]

เขียนได้ซะที โซมีสยูนะจ๊ะ
เพ่ม้า makankluay.diaryclub.com   
Tue 13 May 2008 23:10 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 

<< May >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

1 

2 

3 

4 

5 

8 

9 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

Song Series: บทที่30 เจ...
คุยเยอะ งานการม่าได้ทำเ...
รับน้องแล้วจ้า
ซ่อมเสร็จล่ะ
ขออภัย... อยู่ในช่วงปรั...
Can I love you...